Showing posts with label Tax. Show all posts
Showing posts with label Tax. Show all posts

Monday, February 13, 2012

Tax

 


กรมสรรพากร
เปิดให้บริการผ่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ป(ภาษี 2554 ผ่านอินเทอรเน็ต
เป/นทางเลือกใหม่เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น
โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ 2555 เป็นต้นไป
มีเงื่อนไขการให้บริการดังนี้
1. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ผ่านอินเทอร์เน็ต มีภาษีต-องชำระ จำนวน 3,000.- บาทขึ้นไป
สามารถผ่อนชำระภาษีได- 3 งวด งวดละเท่าๆ กัน ตามมาตรา 64(1) แห่งประมวลรัษฎากร
2. การชำระภาษีงวดที่ 1 ต-องชำระภายในวันที่ 31 มีนาคม ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
3. การชำระภาษีงวดที่ 2 , 3 ต-องชำระภายในวันที่ 30 เมษายน และ 31 พฤษภาคม ตามลำดับ
โดยสามารถชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(สส.) ก็ได-
แต่หากเลือกชำระงวดที่ 2 ที่ สส. แล-ว งวดที่ 3 ต-องชำระที่ สส. เท่านั้น
4. กรณีผู-มีเงินได-มีคู่สมรส และคู่สมรสมีเงินได-แยกคำนวณภาษีในแบบ ภ.ง.ด.90
หากฝAายใดฝAายหนึ่ง หรือทั้งสองฝAายมีภาษีต-องชำระ 3,000.- บาทขึ้นไป แต่ละฝAายมีสิทธิ
เลือกที่จะผ่อนชำระภาษีได-
5. ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่รับชำระภาษีแต่ละงวด สำหรับปDภาษี 2554 ได-แก
บัตรเครดิตบนอินเทอร์เน็ต , ATM , Tele-Banking/Phone , Internet Banking ,
Mobile Banking , Counter Service และ Pay at Post
หมายเหตุ
ATM บนอินเทอร์เน็ต และรวมรายการ (Pack) ได2
การผอนชำระภาษี ไมสามารถชำระภาษีผานชองทางอิเล็กทรอนิกส E-payment ,
ข าว
ประชาสัมพันธ
กรมสรรพากร
เป ดให้บริการผ่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ป(ภาษี 2554 ผ่านอินเทอรเน็ต
เป/นทางเลือกใหม่เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น
โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ 2555 เป/นต้นไป

Thursday, December 8, 2011

Tax Interest Lone

เก็บเงินคืนจากภาษี ด้วยดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน

            การซื้อบ้านเดี่ยว, ทาว์เฮ้าล์, คอนโด , อาคารภาณิชย์ หากคุณซื้อเพื่อพักอาศัยและมีชื่อคุณอยู่ในทะเบียนบ้าน ก็อยู่ในเงื่อนไขที่จะใช้สิทธิในการลดหย่อนนี้ได้ เงื่อนไขอีกประการหนึ่งคือ การหักลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านนี้ กรมสรรภากร อนุญาติให้หักได้เฉพาะบ้านหลังแรกเท่านั้น ในกรณี ซื้อด้วยเงินสด จะใช้สิทธิไม่ได้  โอ้ย เสียดายจัง! ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย มาหักตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท เท่านั้น

            การนำเอาดอกเบี้ยเงินกู้บ้านมาหักภาษีนั้นจะใช้หลักฐานการชำระดอกเบี้ยเงินกู้จากธนาคารที่ส่งมาให้ปีละครั้ง ช่วงเดือน  ม.ค.-ก.พ. เพื่อแจ้งว่าในรอบปีภาษีนี้  ท่านได้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ไปเท่าไหร่ ก็สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 50,000 บาท  ในส่วนของ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ผมจะไม่ลงรายละเอียดนะครับ

 

Monday, December 5, 2011

เก็บเงินคืนจากภาษี ด้วย หุ้นปันผล dividen stock

เก็บเงินคืนจากภาษี ด้วย  หุ้นปันผล

            การลงทุนที่ดูเหมือนดีที่สุด เพราะไม่มีภาษีเข้ามายุ่ง การลงทุนในหุ้นไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อ ขาย ได้กำไรหรือขาดทุนอย่างไรก็ไม่ต้องเสียภาษีเพราะการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนประเภทอื่น   แต่บางคนก็ไม่ได้ลงทุนในหุ้นเพราะหวังส่วนล้ำมูลค้าหุ้น แต่ต้องการเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนผลตอบแทนต่อราคาหุ้นแล้วสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก

            แต่เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้นั้น จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10 % ไว้ก่อน สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แต่หากธุรกิจใดได้ BOI ก้จะไม่ถูกหักภาษีเงินปันผล และจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้

            บางบริษัทอาจจะมีทั้งได้ BOI และไม่ได้ BOI ส่วนใหญ่ในหนังสือยืนยันจ่ายเงินปันผลที่ส่งให้ผู้ถือหุ้นระบุว่าส่วนที่หักภาษีเพราะไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเท่าไร ส่วนที่ไม่ถูกหักภาษีเท่าไหร่ เมื่อรวมออกมาแล้วได้เงินปันผลสุทธิเท่านี้ แต่การนำภาษีไปหักลดหย่อนต้องเลือกเฉพาะส่วนไปคำนวณภาษี

            ใช่ว่าถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วจะไม่ได้คืนเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนหรือไม่

            หากต้องการขอคืนภาษีก็ต้องเก็บหลักฐานจากหนังสือยืนยันการจ่ายเงินปันผลที่บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยส่งมาเก็บไว้ยื่นเมื่อเสียภาษี

            ทีนี้มาดูว่า การจะเลือกหุ้นปันผลเก็บไว้ในพอร์ดจะมีวิธีอย่างไรที่จะแน่ใจว่าเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลดี ก่อนอื่นต้องทำคือ จะต้องอ่านข้อมูลและศึกษาจากบทวิเคราะห์ งบการเงินของบริษัทนั้นๆ เพื่อหาความรุ้ก่อนตัดสินใจ โดยทั่วไปบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เรียกว่ากลุ่ม cash cow ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงและได้ลงหลักปักฐานอย่างดีแล้วธุรกิจในกลุ่มนี้มักจะให้ผลกำไรสูง บริษัทจึงไม่ต้องการเงินลงทุนจำนวนมากในการสร้างและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด กำไรที่ได้จากผลประกอบการจึงถูกแปลงเป็นเงินปันผลให้กับนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับหุ้นปันผล คือ ราคาหุ้นจะไม่ค่อยปรับตัวลดลงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งตลาดหุ้นที่อยู่ในช่วงขาลง นักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามข้อมุลข่าวสารเชิงลึก แต่ต้องการได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่แน่นอน จึงมักเลือกลงทุนในหุ้นปันผลดี

            แต่หากต้องการความรวดเร็วและลดระยะเวลาตรงนี้ต้องใช้ตัวช่วย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ดัชนีใหม่ที่มีชื่อว่า ดัชนี SET HIGH DIVIDEND 30 INDEX หรือเรียกสั้นๆ ว่า SETHD ซี่งเป็นดัชนีที่อ้างอิงราคาของกลุ่มหุ้น 30 ตัวในดัชนี SET 100 ที่มีมุลค่าตามราคาตลาดสูง (MARKET CAPITALIZATION) มีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง

            ดัชนี SETHD เปรียบเหมือนผู้ช่วยในการคัดเลือก เอาหุ้น 30 ตัวในกลุ่ม CASH COW มารวมเข้าด้วยกันและเข้าสูตรการคำนวณผลที่ได้จะเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงเรียงลำดับไว้แล้ว

            การเล่นหุ้นเพื่อนำเอาเงินปันผลมาเครดิตภาษีนั้นทำได้ แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะกำไรจากส่วนล้ำมูลค่าหุ้นมักจะสูงทำให้นักลงทุนไม่รอรับเงินปันผลอย่างเดียว

อย่างไรก็ดี ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

การซื้อประกัน เพื่อลดหย่อนภาษี tax insurance

การซื้อประกัน เพื่อลดหย่อนภาษี

       การซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีนั้น สามารถซื้อประกันได้ 2 แบบ คือ แบบ ประกันแบบสะสมทรัพย์  กับ ประกันแบบบำนาญ 2 อย่างนี้ สามารถมาหักลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน แต่ กฏหมายให้นำมาหักได้ไม่เท่ากัน ประกันแบบสะสมทรัพย์ กฏหมายให้อนุญาติ หักได้ ไม่เกิน 100,000 บาท แต่ ประกันแบบบำนาญ กฏหมายอนุญาติให้หักได้ 200,000 บาท แต่รายละเอียดปลีกย่อย ต่างๆ อีก จะแยกรายละเอียดดังนี้

การประกันแบบสะสมทรัพย์  คล้ายการฝากเงิน แต่ให้คำนึงไว้ว่า ประกันชีวิต วัตถุประสงค์หลักความคุ้มครองชีวิต หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจนถึงแก่ชีวิต คนข้างหลังจะได้รับเงินชดเชย และ  เงินปันผล  สมมุติว่า นาย ก ซื้อประกันแบบสะสมทรัพย์ ไว้  1,000,000  และจ่ายเบี้ยประกันไปเพียง 1 ปี เมื่อ นาย ก เสียชียิตก่อน ทายาท หรือผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินชดเชย 1,000,000 บาท แต่ถ้า นาย ก มีชีวิตครบสัญญาก้จะได้รับเงินประกันคืนเต็มจำนวน พร้อม ผลตอบแทนจำนวนหนึ่ง           (สัญญา จะต้องมากกว่า 10 ปี ถึงจะหัดลดหย่อนได้)

การประกันแบบบำนาญ  ผู้ซื้อประกันจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันจนครบ อายุของผู้เอาประกัน  55 หรือ 60 ปี ตามสัญญา หลังจากนี้แล้วจะได้รับเงินเป็นงวดเท่าๆ กัน ไปจนกว่าจะครบอายุสัญญา หรือผู้เอาประกัน เสียชีวิต  ส่วนค่าเบี้ยประกันสามารถนำมาหักลดอย่านได้ 200,000 บาท  ถ้าผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อนครบ อายุสัญญา ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ จะได้ เงิน มูลค่าปัจจุบัน ของจำนวนเงินบำนาญ การทำปะกันแบบนี้ เมื่ออายุของผู้เอาประกันครบ 55 หรือ 60 ปีแล้ว จึงจะได้เงินบำนาญ แต่ในช่วงรับเงินบำนาญจะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของการเสียชีวิตอีก รายละเอียดสอบถามจากบริษัทประกัน เพิ่มเติมครับ

* หมายเหตุ การซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ทั้ง 2 แบบ รวมกันได้ไม่เกิน (300,000 เงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฏหมายกำหนด)

การทำบุญ ก็หักลดหย่อนภาษีได้ tax ทำบุญ

การทำบุญ ก็หักลดหย่อนภาษีได้

            การบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคมไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นใครแม้ว่านิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดาทั้วไป ก็บริจาคได้ และกฏหมายภาษีอากรปัจจุบันอนุญาติให้

1 นิติบุคคลสามารถนำเงินบริจาคไปหักค่าใช้จ่ายได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นการบริจาคเพื่อการกุศล สาธารณะเท่านั้น ได้แก่ บริจาคให้ วัดวาอารามของทุกศาสนา สถานศึกษา สถานพยาบาลของราชการ หรือองค์การกุศลสาธารณะ ตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด และจำนวนที่จะใช้สิทธิหักภาษีต้องไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นๆ

2 บุคคลธรรมดา การบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคมหรือการกุศลต่างๆ ตามกฏหมายยินยอม ให้ผู้บริจาคนำเงินค่าบริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณเสียภาษีไม่เกิน 10 % ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีอื่นๆ จนหมดแล้ว และมีเงื่อนไขว่าต้องบริจาคเป็นเงินสดให้แก่องค์การหรือหน่วยงานที่เป็น วัดวาอารามของทุกศาสนา สภากาชาดไทย สถานพยาบาล หรือสถานศึกษาของทางราชการและ องค์กรการกุศลสาธรณะที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดเท่านั้น

พิเศษ  สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าครับ !  คือกรณีบริจาคเงินสนับสนุนการศิกษา สามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง เงินบริจาคส่วนนี้เป็นเงินที่บริจาคให้กับสถานศึกษาของรัฐบาล และเอกชนในการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพื่อการศึกษารวมทั้งการจัดหาครู และอาจารย์

เก็บเงินคืนจากภาษี ด้วย LTF และ RMF


เก็บเงินคืนจากภาษี ด้วย LTF และ RMF


          ก่อนจะเข้าเรื่องต้องขอ เกรินนำสักหน่อย กล่าวคือ บุคคลธรรมดา , ห้างหุ้นส่วน , บริษัท หรือผู้มีรายได้ จะต้องเสียภาษีให้กับทางภาครัฐ รวมถึงผู้ที่ได้รับมรดก แต่กฎหมายก็ได้ให้ข้อยกเว้นหลายอย่าง เพื่อให้ ผู้เสียภาษี สามารถนำมาลดหย่อนได้ นี่ก็คือประเด็นหลักที่ทำให้ผมนำเรื่องนี้มาแชร์ เพื่อให้เพื่อนๆ  เก็บเงินคืนจากภาษี ได้จากทางใดบ้างในช่วงนี้ ก็จะเริ่มจากความหมายของ LTF และ RMF ก่อน

LTF  กองทุนรวมหุ้นระยะยาว

            กองทุนนี้จะนำเงินของผู้ซื้อหน่วยลงทุนไปลงทุนใน หุ้นสามัญที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ อย่างน้อย 65% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ จะต้องลงทุน 5 ปี ปฏิทิน  และสามารถขายหน่วยลงทุนได้ ปีละ 2 ครั้ง แต่จะซื้อกี่ครั้งใน 1 ปี ก็ได้

RMF กองทุนเพื่อการเกษียรอายุ

              กองทุนนี้จะนำเงินของผู้ซื้อหน่วยลงทุนไปลงทุน ในสินทรัพย์ หลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นหุ้นสามัญ พัธบัตร ฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน ทองคำ อื่นๆ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน การลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี หรือ 15% ของรายได้ทั้งปี และต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี จนกว่าอายุเราจะถึง 55 ปี  ต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่อนุญาติให้โอนและจำนำหน่วยลงทุนได้  (สามารถให้ ลงทุน ปี เว้น ปี ได้) จึงจะสามารถไถ่ถอนได้ เงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง คือ หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด จะโดนเรียกภาษีที่เคยหักลดหย่อนไปแล้วคืน 5 ปี ปฏิทินย้อนหลัง การลงทุน RMF จะไม่มีการจ่ายเงินปันผล ผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนจะทบ รวมเข้าไปในกองทุน และจะได้คืนทั้งหมดเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ข้อดีของ RMF คือสามารถ สับเปลี่ยนกอง ที่ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายมากกว่า LTF  

เงื่อนไขในการเก็บเงินคืนจากภาษี

การซื้อหน่วยลงทุน LTF เราสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษี ได้ แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้รวม และไม่เกิน 500,000 บาท รวมทั้ง ห้ามขายออกเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี กองทุนที่ซื้อแล้วได้หักภาษีต้องเป็นกองทุนที่จัดตั้งและจดทะเบียนกองทุนภายในเดือน มิ.ย. 2550 และต้องมีอายุกองทะนไม่ต่ำกว่า 10 ปี

          การซื้อหน่วยลงทุน RMF เราสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษี ได้ แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้รวม และไม่เกิน 500,000 บาท รวมทั้ง ห้ามขายออกเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และห้ามไถ่ถอนการลงทุน ก่อนอายุ 55 ปี

            การซื้อหน่วยลงทุน LTF นั้นไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องติดต่อกันทุกปี จะซื้อปี เว้นปี ก็ได้แต่จะต้องซื้อภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 เท่านั้น

การซื้อหน่วยลงทุน RMF นั้นไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องติดต่อกันทุกปี จะซื้อปี เว้นปี ก็ได้แต่ไม่สามารถไถ่ถอนการลงทุน ก่อนอายุ 55 ปี

            การไถ่ถอน LTF สามารถทำได้ปีละ 2 ครั้ง แต่จะซื้อกี่ครั้งก็ได้ จะซื้อเฉลี่ยทุกเดือนก็ได้  

การโอนย้ายการลงทุน RMF (ย้ายกอง) สามารถทำได้ กี่ครั้งก็ได้ จะซื้อเฉลี่ยทุกเดือนก็ได้  แต่ไถ่ถอนไม่ได้ เพราะจะถูกคิดภาษีที่ได้หักลดหย่อนคืน

การซื้อ  LTF มีจุดเด่นตรงระยะเวลาการถือครองกองทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ส่วนนี้นับจากปีหฏิทิน เพราะไม่ว่าจะซื้อวันไหน ในปีนั้นๆ ก็ถือว่าได้ถือหน่วยลงทุนมาแล้ว 1 ปี

ตัวอย่างใช้เทคนิคซื้อ LTF   ถ้าเราซื้อหน่วยลงทุนในวันที่ 30 ธ.ค. 2554 เราสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ในปีเดียวกันที่กำหนดให้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2555 และนับเป็นการลงทุนแรกเลย จากนั้นถือหน่วยลงทุนเก็บไว้ ในปี 2555 จะเป็นปีที่ 2 ที่ถือหน่วยลงทุน ต่อมาในปี 2558 เมื่อเปิดทำการวันแรกก็ขายหน่วยลงทุนออกไปได้เลยเท่ากับว่าเราถือหน่วยลงทุนสุทธิแค่ 3 ปี 2 วัน เท่านั้น


ตัวอย่าง การลงทุนใน LTF  หรือ RMF ปีละ 200,000 บาท แต่ถ้าเราเสียภาษี ในอัตรา 20% เราจะได้เงินคืน 40,000 บาท เมื่อครบกำหนดในปีที่ 5 เมื่อเงินก้อนเดิมที่ได้ทั้งหมดไปลงทุนต่ออีก ถ้าเราทำแบบนี้ สัก 5 ปี เราจะได้ภาษีคืน (40,000 X 5 = 200,000) บาททีเดียว ** หมายเหตุ LTF+RMF ต้องไม่เกิน 15%  ของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาท

การซื้อ  RMF มีจุดเด่นตรงที่ สามารถเปลี่ยน กองทุนให้เหมาะสมกับสถาณการณ์ ได้เรื่อยๆ และ กองทุนแต่ละกองลงทุนในสินทรัพย์ ที่แตกต่างกัน

เคล็ดลับการซื้อกองทุนรวม

            ก่อนจะซื้อกองทุนรวม LTF  เพื่อลดหย่อนภาษี ควรดู ฐานภาษี ของเราก่อนว่า อยู่ที่ เท่าไร 30% ,20% , 10%  สมมุติว่าเรามีฐานภาษีที่ 10% และคาดว่าตลาดหุ้นจะตงลงไป 10% ก็ไม่ควรซื้อกองทุนรวม LTF เพื่อลดหย่อนภาษี แต่ถ้าฐานภาษี อยู่สูงกว่าก็ซื้อได้ เพราะจะมีส่วนกำไรจากภาษีอยู่  ที่สำคัญ คือไม่ควรลงทุนเกินสิทธิที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีเพราะจะเสียโอกาส