Showing posts with label Surachai. Show all posts
Showing posts with label Surachai. Show all posts

Tuesday, March 20, 2012

Stock Focus,VNG,20.Mar.2012., 12.55



Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน

ดูบทความเก่า , ดูหุ้น  , ดูทอง , กรูหุ้น 1000 ล้าน, เซียนหุ้น 100 ล้าน ,
ข้อผิดพลาด, 1, 2 ,  3  ,  45  ,  6  , 7 , 8 ,  9 , 10


Comment:  บมจ. วนชัย กรุ๊ป (VNG) ถือ

แนวโน้มปี 2555 จะกระเตื้องขึ้น แต่ยังไม่โดดเด่น

กำไรปี 2554 ทรุดลง 44% เหลือ 467 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.36) ถูกกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้และภาคกลางทำให้ต้นทุนไม้สูง และ ต้นทุนกาวที่สูงขึ้น แนวโน้มปี 2555 คาดจะปรับตัวดีขึ้น ได้แรงหนุนจาก กำลังการผลิตใหม่ ด้านต้นทุนไม้เริ่มปรับลง แต่ต้นทุนกาวยังอยู่ในระดับสูง คาดกำไร 2555 ดีขึ้น 608 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.47 บาท) ซึ่งไม่โดดเด่น เมื่อเทียบกับกำไรที่เคยทำได้ 827 ล้านบาท ในปี 2553 ราคาหุ้นคาดเคลื่อนไหวช่วงแคบ ถูกกดดัน จากไม้จากยุโรปที่ล้นตลาดจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรป และ ตะวันออกกลางมีปัญหากระทบการส่งออก แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท

􀂃 ผลประกอบการปี 2554 กำไรทรุดลง 44%: บมจ. วนชัย กรุ๊ป (VNG) มีผลประกอบการในปี 2554 ที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 467 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.36 บาท) ทรุดลงถึง 44% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2554 ปรับลดลงเหลือ 20.6% จาก 26.3% ในปีก่อน เป็นผลจากปัญหาน้ำท่วมทั้งในพื้นที่ภาคใต้ และ ภาคกลางของประเทศ ทำให้ต้นทุนไม้ยางพารา (สัดส่วนประมาณ30%) มีราคาพุ่งสูงขึ้น และ ถูกกระทบจากต้นทุนกาว (สัดส่วน 30%) ที่สูงขึ้น ในขณะที่ยอดขายสามารถปรับขึ้นได้ 7% สู่ระดับ 10,236 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากราคาขายไม้ MDF ปรับขึ้น 7% และ แผ่น Particle ขึ้น 14% ซึ่งยังน้อยกว่าต้นทุนที่ปรับขึ้น

􀂃 แนวโน้มปี 2555 คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังไม่โดดเด่น:

แนวโน้มผลประกอบการในปี 2555 คาดจะฟื้นตัวดีขึ้น โดยจะได้แรงหนุนจากกำลังการผลิตใหม่ แผ่นไม้พื้นสำเร็จรูปกำลังการผลิต 4 ล้านตรม./ปี ซึ่งเสร็จในไตรมาสสามปีก่อน และ แผ่นปาร์ติเกิ้ล กำลังการผลิต 240,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3/55 ส่วนราคาขายเฉลี่ยคาดจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย ทำให้เราประเมินยอดขายในปี 2555 จะโตประมาณ 5% สู่ระดับ 10,748 ล้านบาท ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดจะปรับดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 22% จาก 20.6% จากต้นทุนไม้ที่ปรับลดลง แต่ต้นทุนกาวยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้น สุทธิแล้วเราประเมินกำไรในปี 2555 จะฟื้นตัวขึ้นมาที่ 608 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.47 บาท) เพิ่มขึ้น 30% แต่ยังต่ำกว่าปี 2553 มากที่มีกำไรสุทธิสูงถึง 827 ล้านบาท

􀂃 ผลประกอบการยังไม่โดดเด่นเพียงพอ ราคาหุ้นมีอัพไซด์ไม่มาก แนะนำ ถือ :

โดยเราคาดราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวในช่วงแคบซึ่งจะยังถูกกดดันจากประเด็น ไม้จากยุโรป ยังล้นตลาด เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปทำให้มีการทะลักออกมาตีตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดเกาหลีใต้ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำหรับไม้แผ่นปาร์ติเกิ้ล และ เหตุการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักสำหรับไม้ MDF และ โรงงาน เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกน้ำท่วมประมาณ 25% ต้องใช้เวลาฟื้นฟู เราประเมินราคาเป้าหมาย เท่ากับ 4.50 บาท ตามค่า Forward P/E เท่ากับ 9.5 เท่า ซึ่งเป็นบริเวณค่าเฉลี่ย P/E ในอดีต ราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์ไม่มากนัก รวมแล้วเราแนะนำ ถือ

สุรชัย ประมวลเจริญกิจ

Monday, March 19, 2012

Stock Focus,TICON,19.Mar.2012., 10.15



Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้มาจากการที่เราไม่เคยล้ม
แต่มาจากการลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งที่ล้มต่างหาก

Comment: บมจ. บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON)

ขาย TFUND+TLOGIS จะหนุนปี 2555 โตสูง
ผู้บริหาร TICON ตั้งเป้ารายได้ปี 2555 จะสูงถึง 5,300 ล้านบาท เติบโต 149% ได้แรงหนุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์เข้า TFUND และ TLOGIS 4,200 ล้าน บาท รวมถึงก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าเพิ่ม 250,000 ตรม. จะเพิ่มรายได้ค่าเช่า โดยเราประเมินรายได้จะพุ่งขึ้น 115% สู่ระดับ 4,295 ล้านบาท และ จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,072 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.35 บาท) เพิ่มขึ้น 146% ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งยอดขายและกำไร ตีค่ามูลค่าตามราคาตลาดทำให้สินทรัพย์เพิ่ม 67% จะทำให้มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 16.8 บาท แนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมาย 15 บาท
􀂃 ปี 2555 ตั้งเป้ายอดรายได้ 5,300 ล้านบาท โต 149% : บมจ. ไทคอน อินดัสเทรียลคอนเน็คชั่น (TICON) ได้จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวันศุกร์ (16 มี..) ที่ ผ่านมา ผู้บริหารตั้งเป้าจะมียอดรายได้รวมเท่ากับ 5,300 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนสูงถึง 149% โดยจะมาจาก ขายอสังหาริมทรัพย์เข้า TFUND และ TLOGIS 4,200 ล้านบาท ค่าเช่าและค่าบริหาร 900-1,000 ล้านบาท ค่าบริหาร TFUND+TLOGIS 100 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจาก TFUND+TLOGIS 200 ล้านบาท โดยยังไม่รวมรายได้จะ เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ให้ผู้เช่าโดยตรง
􀂃 TFUND ขายล็อตแรก 762 ล้านบาท 19-22 มี.. นี้: เป้าขาย TFUND และ TLOGISในปี 2555 รวม 4,200 ล้านบาท แบ่งเป็นดังนี้ 1.) วันที่ 19-22 มี.. จะขายอาคารโรงงาน 11 แห่ง พื้นที่ด้านตะวันออก พื้นที่ใช้สอย 35,725 ตรม. มูลค่าประมาณ 762 เข้า TFUND 2.) ประมาณเดือน .. จะขายคลังสินค้าเข้า TLOGIS ประมาณ 2,000 ล้าน บาท และ 3.) ประมาณไตรมาสสี่ จะขายโรงงานพื้นที่ภาคกลางเข้า TFUND ประมาณ1,500 ล้านบาท
􀂃 จะสร้างโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าอีก 250,000 ตรม.: จากสถานการณ์ปัจจุบันพื้นที่ด้านตะวันออก พื้นที่โรงงาน และ คลังสินค้าให้เช่า เต็มหมดแล้ว ทำให้ทาง TICON วางแผนที่จะสร้างโรงานและคลังสินค้าเพิ่มเติมทางด้านตะวันออกคือ ก่อสร้างโรงงานให้เช่า 100,000 ตรม. และ คลังสินค้าให้เช่า 150,000 ตรม. รวมเป็นพื้นที่ให้เช่าเพิ่มในปี 2555 เท่ากับ 250,000 ตรม. เทียบกับพื้นที่ให้เช่ารวม สิ้นปี 2554 เท่ากับ 592,867 ตรม. จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าเช่าให้ TICON
􀂃 ใช้งบลงทุนในปี 2555 รวม 3,500 ล้านบาท: ในปี 2555 ทาง TICON ตั้งเป้าจะลงทุนรวมเท่ากับ 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ซื้อที่ดิน 1,000 ล้านบาท และ ค่าก่อสร้างโรงงาน และคลังสินค้าให้เช่า 250,000 ตรม. เป็นเงินประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยจะใช้เงินจากการขาย TFUND และ TLOGIS จำนวน 4,200 ล้านบาท เป็นแหล่งเงินทุน โดยเงินที่เหลือจากการขาย TFUND และ TLOGIS จะนำไปลดหนี้
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ

Stock Focus,AH,19.Mar.2012.,10.15



Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้มาจากการที่เราไม่เคยล้ม
แต่มาจากการลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งที่ล้มต่างหาก

Comment: บมจ. อาปิโก ไฮเทค (AH)
โรงงานที่ไฮเทคเริ่มผลิต100% ปีนี้จะฟื้นตัวโดดเด่น
โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งถูกน้ำท่วมเสียหายหนัก สามารถกลับมาเดินเครื่องได้เต็มที่ 100% ในเดือน มีนาคม 2555 ทำ ให้ผลประกอบการในไตรมาส 1/55 จะเริ่มพลิกฟื้น แนวโน้มปี 2555 คาดค่ายรถยนต์ต่างๆจะกลับมาผลิตสูงกว่าระดับปกติเนื่องจากมีคำสั่งซื้อที่ค้างจากปี 2554 ผู้บริหารประเมินยอดผลิตรถยนต์ 2 ล้านคัน เติบโต 37% และ ยอดขายAH จะฟื้นตัว 10-20% เราประเมินยอดขายของ AH จะเติบโต 18% และ มี กำไรที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 346 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.53 บาท) เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 390 ล้านบาท แนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 15 บาท แต่ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นมาแรง รอจังหวะช่วงอ่อนตัว
􀂃 ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายปี 2555 จะเติบโต 10-20%: บมจ. อาปิโก ไฮเทค (AH) ได้จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวันศุกร์ (16 มี..) ที่ผ่านมา ผู้บริหารมีมุมมองในด้านบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดยประเมินยอดผลิตรถยนต์ในปี 2555 จะพลิกกลับมาสูงถึง 2 ล้านคัน เติบโตถึง 37% แรงหนุนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และ ที่ค้างมาจากปีก่อน เช่น Honda Brio Eco-Car, Ford Ranger Pick up, Nissan Eco-Car 4 ประตู, Mazda Thunder Pick up, Isuzu the new D-Max, Ford Focus, Honda Brio Sedan และ Suzuki New Swift Eco-Car และ AH ก็ได้คำสั่งซื้อจากรุ่นใหม่ดังกล่าว ทำให้ ผู้บริหารของ AH ประเมินยอดขายในปี 2555 จะเติบโตประมาณ 10-20%
􀂃 โรงงานที่นิคมฯไฮเทคเดือน มี.ค. กลับมาผลิตได้เต็มที่ 100% : โรงงานของ AH มีทั้งหมด 5 แห่ง โดยที่นิคมไฮเทคซึ่งถูกน้ำท่วม มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 23% เริ่ม กลับมาผลิตได้ตั้งแต่วันที่ 19 .. 2554 ซึ่งเริ่มเดินเครื่องผลิต 20-30% และ เดินเครื่องได้ 50% ในปลายเดือน มกราคม 2555 และ คาดจะกลับมาผลิตได้เต็ม 100% ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 เป็นต้นไป ดังนั้น แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/55 คาดจะเริ่มมีการฟื้นตัวดีขึ้น และ จะโดดเด่นอย่างมากในช่วงที่เหลือของปี นอกจากนี้ AH มีประกันภัยที่ครอบคุมถึงความเสียหายทางสินทรัพย์และธุรกิจที่หยุดชะงัก
􀂃 แนวโน้มปี 2555 คาดจะฟื้นตัว และ มีกำไรโดดเด่นขึ้น: เราประเมินยอดขายของ AH ในปี 2555 เท่ากับ 12,176 ล้านบาท เติบโต 18% และจะทำให้มีกำไรสุทธิที่โดดเด่นขึ้นเป็น 346 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.53 บาท) เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 390 ล้านบาท
􀂃 ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นมาแรง รอจังหวะซื้อช่วงอ่อนตัว: อุตสาหกรรมยานยนต์มีการฟื้นตัวอย่างโดดเดน นับตั้งแต่เดือน .. ที่ผ่านมา ทำให้ ไตรมาส 1/55 จะโตแบบก้าวกระโดดภายใต้ฐาน P/E ปี 2555 เท่ากับ 10 เท่า ซึ่งเป็นบริเวณ Median Forward PER ของ AH เราประเมินราคาเป้าหมายในปี 2555 เท่ากับ 15 บาท เราคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ราคาหุ้น AH ได้ฟื้นตัวขึ้นมาแรงถึง 76% จากจุดต่ำสุดในเดือน .. และ 30% นับจากต้นปี รับข่าวการฟื้นตัวอย่างมาก ดังนั้น จึงควรรอจังหวะซื้อในช่วงอ่อนตัว
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ

Stock Focus,SAT,20.Mar.2012.,9.33




Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้มาจากการที่เราไม่เคยล้ม
แต่มาจากการลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งที่ล้มต่างหาก

Comment: บมจ. สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT)

ปี 2555 จะฟื้นตัวโดดเด่นทำจุดสูงสุดใหม่

อุตสาหกรรมรถยนต์ปี 2555 ฟื้นตัวแรง เป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ 2.1 ล้านคัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ เติบโตจากปีก่อนถึง 44% การย้ายฐานของค่ายรถยนต์ต่างๆ จะทำให้ยอดผลิตรถยนต์พุ่งขึ้นเป็น 2.7 ล้านคัน ในปี 2558 ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายปี 2555 โตมากกว่า 35% SAT มีศักยภาพที่จะเติบโตต่อเนื่อง แรงหนุนจากอุตสาหกรรมรถยนต์ และ ยังได้แรงหนุนจาก Kubota ย้ายฐานเข้ามาผลิตในไทยมากขึ้น เราประเมินยอดขายในปี 2555 จะโต 29% สู่ระดับ 8,307 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 870 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.56 บาท) พุ่งขึ้น 113% ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งยอดขายและกำไร ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นมาแรงแนะนำรอ จังหวะซื้อในช่วงอ่อนตัว ประเมินราคาเป้าหมาย 30 บาท

􀂃 อุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัวแรง ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายโตมากกว่า 35% : บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ได้จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวันศุกร์ (16 มี..) ที่ผ่านมา ผู้บริหารมีมุมมองในด้านบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยที่ปีนี้ยอดผลิตรถยนต์จะพุ่งขึ้นถึง 2.1 ล้านคัน เติบโตจากปีก่อนถึง 44% และ จะพุ่งขึ้นเป็น 2.7 ล้านคันในปี 2558 ซึ่งจะทำให้ยอดขายของ SAT ในปีนี้พุ่งขึ้นมากกว่า 35%

􀂃 ไตรมาส 1/55 จะฟื้นตัวโดดเด่นขึ้น : สถานการณ์ปัจจุบันค่ายรถต่างๆเริ่มกลับมาผลิตเต็มที่มากขึ้น โดย SAT มีการใช้กำลังการผลิต 65% ในเดือน .. และ เพิ่มขึ้นเป็น 70-75% ในเดือน .. และ มี.. คาดจะปรับขึ้นเป็น 80% เทียบกับไตรมาส 4/54 มีการใช้กำลังการผลิตเพียง 35% ผู้บริหาร SAT ประเมินยอดขายในไตรมาสแรกจะเติบโตจากปีก่อนถึง 15-20% ทำให้แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/55 จะฟื้นตัว เบื้องต้นเราประเมินยอดขายจะฟื้นตัวพุ่งขึ้นเป็น 2 พันล้านบาท (+69%qoq, +12%yoy) และ คาดกำไรสุทธิจะฟื้นตัวขึ้นมาประมาณ 170-190 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 97 ล้านบาท แต่ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 213 ล้านบาท

􀂃 คาดยอดขายและกำไรปี 2555 จะทำจุดสูงสุดใหม่ : การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ถึง 2.1 ล้านคัน เติบโตถึง 44% เราประเมินยอดขายของ SAT จะโต 29% สู่ระดับ 8,307 ล้านบาท ต่ำกว่าผู้บริหารประเมินที่ยอดขายจะเติบโตได้เท่ากับ 35% และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 870 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.56 บาท) พุ่งขึ้นถึง 113% โดยทั้งยอดขายและกำไรสามารถที่จะทำสถิติสูงสุดได้ใหม่ โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 2/55 จะได้แรงหนุนจากโรงหล่อ ICP 2 ใหม่ที่เริ่มผลิตเต็มที่จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเกิน 20%

􀂃 แนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 30 บาท: SAT มีศักยภาพที่จะเติบโตสูงในอนาคต ทั้งการเติบโตสูงของอุตสาหกรรมยานยนต์ และ ยังได้แรงหนุนจาก Kubota ย้ายฐานมาผลิตในไทยมากขึ้น ดังนั้น เราคงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ 30บาท บนฐาน P/E ปี 2555 เท่ากับ 11.5 เท่า ปรับเพิ่มจากเดิม 28 บาท เล็กน้อย (เทียบกับ Forward P/E ปี 2555 ของ SET เท่ากับ 12.40 เท่า) ราคาหุ้น SAT วิ่งขึ้นถึง 63% จากจุดต่ำเดือน .. 54 และ 23% นับจากต้นปี ขื้นมารับข่าวบวกพอสมควร ดังนั้น จึงแนะนำ รอซื้อช่วงอ่อนตัว

สุรชัย ประมวลเจริญกิจ