Showing posts with label PTT. Show all posts
Showing posts with label PTT. Show all posts

Monday, March 19, 2012

Stock Focus,PTT,PTTGC,IVL ,SIRI,TCAP,20.Mar.2012.,9.30



Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้มาจากการที่เราไม่เคยล้ม
แต่มาจากการลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งที่ล้มต่างหาก

 

Comment: PTT, PTTGC, IVL, SIRI, TCAP


พลังงานอยู่ในจุดที่ซื้อได้

ตลาดหุ้นคาดว่ายังรับอานิสสงค์จาก DXYO อ่อนค่าลงมาต่ำกว่า 80 จุด อีกทั้ง VIX Index อยู่ในโซนต่ำเพียง 14-15 แสดงว่าความกลัวการลงทุนยังไม่พุ่งขึ้น และมั่นใจว่ารับมือกับทุกสถานการณ์ได้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะฟื้นเพื่อพยายามยืน 1,200 จุดให้ได้ รอบนี้คาดว่าอาศัยพลังงาน-ปิโตรเคมีผลักดันขึ้นไป อีกทั้งหุ้นกลุ่มดังกล่าวของไทยถือเป็น Blue Chip มีแบรนด์แข็งแกร่ง และราคายังคงอ่อนแอต่ำกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น เราแนะนำซื้อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีในวันนี้ หุ้นมีประเด็นในช่วงนี้น่าจะเป็นกลุ่มสื่อสารที่ต้องติดตามการออกร่างแผนแม่บทโทรคมนาคม ในช่วง 21 มี.ค.นี้ อีกทั้งในวันที่ 21 เช่นกัน ติดตามผลการประชุม กนง. คาดการณ์คงดอกเบี้ยไว้ ซึ่งวานนี้ ธนาคารใหญ่ก็ได้รับผลบวกไปแล้ว คาดว่าวันนี้น่าจะเป็นโอกาสของธนาคารรองประเภทเช่าซื้อ เช่น TCAP ราคาหุ้นถูก พื้นฐานดี Growth กลับมาใหม่ในปีนี้ หลังจากปีก่อนกำไรนิ่งไปหลังควบรวม

ปัจจัย

(+)กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี: เลือกตามคาร์แรคเตอร์ของนักลงทุน คือถ้ากล้าได้กล้าเสีย พอรับความเสี่ยงได้ เลือก IVL, PTTGC, TOP, IRPC ได้ ส่วนถ้าเป็นนักลงทุนที่ Conservative ให้เลือก PTT ตลาดขึ้นหรือลง PTT ยัง Undervalued ในระดับที่ให้ความหวังต่อการฟื้นตัวในระยะข้างหน้าได้ ส่วนพวกรักแล้วรอได้ ให้เลือก BANPU ซึ่งราคาหุ้นของ BANPU มองในเชิง PER ถือว่าถูกเป็นประวัติการณ์ ส่วนใหญ่หลายปีที่ผ่านมาจะเป็นหุ้น Premium Grade ซื้อขายเหนือ PER 10 เท่าตลอดยกเว้นปีนี้ ที่แสดงธาตุแท้ของการเป็น Commodity คือซื้อขายอย่างไร PER ก็ไม่เกิน 10 เท่า แต่ไม่มีใครกล้าสบประมาท BANPU เพราะการขยายตัวของธุรกิจเกิดขึ้นและสร้างความน่าสนใจได้ทุกปี

(-)ตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบหลังจากธนาคารกลางกรีซคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะยังคงหดตัว4.5 % ในปี 2555 อัตราว่างงานจะยังคงอยู่สูงกว่า 19% อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงในกรอบที่จำกัด เพราะมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐที่ยังคงเคลื่อนไหวที่ระดับสุงสุดในรอบ 5 ปี ตามรายงานของสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐที่ระบุว่า ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านเกี่ยวกับตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 28 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2550 

(-)น้ำมัน: ติดตามความคืบหน้าของการเปิดการเจรจาระหว่าง 6 ประเทศแกนนำหลักของโลกและอิหร่านในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านว่าการเจรจาจะมีขึ้นเมื่อใดและสถานที่ใด รวมทั้งอิหร่านจะยอมให้สำนักงานปรมาณูสากลเข้าตรวจสอบพื้นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์หรือไม่ การประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปในวันที่ 23 มี.ค. นี้ ที่จะหารือในเรื่องมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน หลังผู้นำเข้าเอเชียเรียกร้องให้ยกเว้นการคว่ำบาตรต่อบริษัทประกันภัยที่ทำประกันน้ำมันดิบของอิหร่าน

(+)NOBLE จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2554 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท XD 4 พ.ค.55

 ( + )  SIRI เตรียมโชว์ต่างประเทศ :  นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจหุ้นของบริษัทมากขึ้น หลังจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม เพิ่มขึ้นมากเป็น 500 ล้านดอลลาร์ บริษัทมีแผนโรดโชว์ มากขึ้น ล่าสุดมีโบรกเกอร์ติดต่อให้ไปโรดโชว์ที่ยุโรปและอเมริกา  สำหรับการจัดงานบริษัททดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวาน (19 มี..) ผู้บริหารตั้งเป้าหมายรายได้ 2.8 หมื่นล้านบาท จากยอด Backlog 3.5 หมื่นล้านบาท  โดยจะในไตรมาส 4/55 จะรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 7 โครงการจะส่งผลให้ในไตรมาส 4/55 จะทำสถิติสูงสุดทั้งในแง่กำไรและรายได้   บริษัทคาดปีนี้อัตรากำไรสุทธิจะเป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10-11% อยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตราการทำกำไรขั้นต้นจะปรับลดลง หรืออยู่ที่ระดับ 32% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 33-35% เป็นผลจากค่าแรงขั้นต่ำที่จะเพิ่มเป็น 300 บาทต่อวันในเดือน เม..นี้ และราคาวัสดุก่อสร้างที่เริ่มแพงขึ้นหลังน้ำท่วม 3-5% ซึ่งคาดตลอดทั้งปีราคาวัสดุก่อสร้างจะแพงขึ้น 7-10%  ดังนั้น เบื้องต้นเราประเมิน SIRI จะมีกำไรในปี 2555 เท่ากับ 2,800 ล้านบาท หรือ คิดเป็น กำไรต่อหุ้น ประมาณ 0.36 บาท

 BY  Vajiralux

Thursday, February 16, 2012

Stock Focus,PTT, 16.FEB.2005., 15.40




ปตท. (PTT) เป้า 394 บาท

กบง.มีมติให้ขึ้นราคา NGV-LPG, เก็บเงินเบนซินเข้ากองทุนฯ ตามกำหนด 16 ..55 (กบง.) มีมติปรับขึ้นราคา NGV อีก 50 สตางค์/กิโลกรัม และ ก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคขนส่ง 75 สตางค์/กิโลกรัม นอกจากนี้ มีมติให้เก็บเงินจากน้ำมันกลุ่มเบนซินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีกลิตรละ 1 บาท ในวันที่ 16 .. ตามกำหนด.
คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเรามองว่าเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นต่อ PTT โดยก่อนวันที่ 16 .. 55 ราคาก๊าซเอ็นจีวีได้มีการปรับขึ้น 0.50 บาทต่อกิโลกรัม จาก 8.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9 บาทต่อ โลกรัม การปรับขึ้นราคาในครั้งนี้จะทำให้ราคาก๊าซเอ็นจีวี อยุ่ที่ 9.50 บาทต่อกิโลกรัมโดยเรายังคงต้องจับตาดูหลังจากเดือน พ.. 55 ว่า กบง. ยังคงมีมติให้ปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีขึ้นต่อหรือไม่ เนื่องจากในปัจจุบัน PTT ได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลจำนวน 2 บาทต่อ กิโลกรัม การปรับราคาขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกโดยรวม จำนวน 2 บาทต่อ กิโลกรัม จึงยังไม่ส่งผลต่อ PTT มากนัก โดยเงินชดเชยจากรัฐบาลจะทยอยปรับลดลงเพื่อรับกับราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น และยังมีระเด็นความไม่พอใจในการปรับขึ้นราคาของ ผู้ประกอบการรถรับส่งสาธารณะ (ซึ่งมีจำนวนการใช้ก๊าซเอ็นจีวี ประมาณ 25% ของการใช้ทั้งหมด) โดยปัจจุบัน PTT ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงานเพื่อออกบัตรส่วนลดจำนวน 2 บาทต่อ กิโลกรัม ให้กับผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบการจะเริ่มรับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาหลังจากเดือน พ.. 55 ไปแล้วโดยเรายังคงมองว่า ถ้าราคาก๊าซเอ็นจีวี สามารถปรับขึ้นได้จริง ผลขาดทุนจากการตรึงราคาก๊าซเอ็นจีวี ของ PTT ซึ่งคาดว่าในปี 2554 มีจำนวนประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี (คิดจากสมมุติฐานที่ว่าต้นทุนราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ 14.50 บาทต่อ กิโลกรัม) จะสามารถปรับตัวลดลงได้ประมาณ 3พันล้านบาทในปี 2555 (ทำให้เหลือผลขาดทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ดีการที่ราคาก๊าซธรรมชาติในประเทศได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยขณะนี้ราคาอยู่ที่ 7 เหรียญฯต่อล้านบีทียู (ราคาเฉลี่ยในปี 2554 อยู่ที่ 6 เหรียญฯต่อล้านบีทียู) จะเป็นปัจจัยผลักดันต้นทุนของ ก๊าซเอ็นจีวี ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14.50 บาทต่อ กิโลกรัม ซึ่งจะทำให้ถึงแม้ราคาก๊าซเอ็นจีวี ในประเทศจะสามารถปรับตัวมาถึง 14.50 บาทต่อ กิโลกรัม ภายในปลายปีนี้แต่ PTT ยังคงต้องแบกรับผลขาดทุนต่อไปแต่ในที่สุดหาก PTT สามารถปรับขึ้นราคา NGV สะท้อนต้นทุนแท้จริงได้ (Floating Price) จะทำให้กำไรรวมรายปีของ PTT เพิ่มขึ้นจากฐานเดิมได้ปีละ 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น EPS เพิ่มราว 3.5 บาทต่อหุ้น จากฐานปี 2554 มีกำไร EPS ที่ 39.4 บาทต่อหุ้น ถือว่ากำไรเพิ่มราว 10% ต่อปี สำหรับการขึ้นราคา LPG เราเชื่อว่ายังไม่ส่งผลต่อ PTT มากนักเพราะ ผู้แบกรับส่วนต่างราคา LPG ส่วนใหญ่ค่อ รัฐบาลฯ โดย PTT เป็นตัวกลางในการ ซื้อและนำเข้า และรอเรียกเก็บเงินจากรัฐบาลฯ แต่เรามองว่าน่าจะส่งผลดีต่อโรงกลั่นซึ่งสามารถกลั่น LPG โดยขณะนี้ ปริมาณการกลั่น LPG ของ TOP เพิ่มขึ้นจาก 3% มาเป็น 5% ในปี 2554 เนื่องจากมีสเปรดที่ดีขึ้น (สเปรดเมื่อลบกับราคาน้ำมันของดูไบได้ปรับตัวดีขึ้นจาก -48 เหรียญต่อบาร์เรลเป็น -41.3 เหรียญฯต่อบาร์เรล ในปี 2554) โดยสูตรการคิดราคา LPG คือ 76% คิดที่ราคาในตลาดและอีก 24% จะคิดที่ราคาที่ถูกตรึงไว้ที่ 333 เหรียญต่อตัน