Showing posts with label NEWS. Show all posts
Showing posts with label NEWS. Show all posts

Thursday, March 22, 2012

NEWS,HOT NEWS,22.Mar.2012.,17.41

Comment: 


By Daniel Ten Kate and Susan Li

March 22 (Bloomberg) -- Thailand’s government would like to see lower interest rates and a weaker currency to help exporters cope with higher energy costs, Finance Minister Kittiratt Na-Ranong said.Thai-based companies faced difficulties shipping goods when the baht approached a level of 30 per dollar, he said in aninterview with Bloomberg Television today in Hong Kong. Exportsfell more than expected in January as factories struggled to resume production after the worst flooding in almost 70 years and as global demand weakened. “Those companies have been adjusting themselves and improved their efficiency in order to barely survive,” Kittiratt said. “So the range of 32 to 34 would be very good.” The Bank of Thailand yesterday joined central banks from Australia to South Korea in keeping interest rates unchanged as higher energy costs boosted inflation risks. Kittiratt’s comments add to pressure for policy easing in Thailand, where exports and manufacturing have contracted in the aftermath of flooding last year that disrupted global supply chains.

“Thailand is similar to other countries suffering from cost-push inflation because of higher energy costs that come out of the tension in the Middle East,” he said. “If the central bank would agree to let the interest rate down a little bit further, that would be good.” The baht declined 0.1 percent to 30.77 per dollar as of 2:44 p.m. in Bangkok, according to data compiled by Bloomberg. It has strengthened about 2.5 percent this year, making it the third-biggest gainer in Southeast Asia after the Malaysian ringgit and the Singapore dollar. “I don’t think the BOT will yield to government pressure,” Frances Cheung, a strategist at Credit Agricole CIB in Hong Kong, said by phone, referring to the Bank of Thailand. “They have their own mandates and I don’t think the BOT will just target any level for the baht. As you can see from the BOT’s tone, they are primarily focusing on inflation and economic activity.” For Related News and Information:

Top economic stories: TOP ECO <GO> Stories on Thai rice exports: NSE THAI RICE EXPORTS <GO> Most-read stories on Thai economy: MNI THECO <GO> Thai GDP historical data: THGDPYOY <Index> HP <GO> Economists’ Thai interest-rate predictions: BYFC THB CB <GO> Top Southeast Asia stories: ATOP <GO> Central bank actions: STNI CENTRALBANKACT <GO> --With assistance from Yumi Teso in Bangkok. Editors: Tony

Jordan, Rina Chandran

To contact the reporters on this story:

Daniel Ten Kate in Bangkok at +66-2-654-7318 or

dtenkate@bloomberg.net;

Susan Li in Hong Kong at +852-2977-6424 or

sli31@bloomberg.net

To contact the editor responsible for this story:

Stephanie Phang at +65-6499-2617 or

sphang@bloomberg.net

Wednesday, March 21, 2012

NEWS,HOT NEWS,กสทช.21.Mar.2012.,15.12

Comment:  *(เพิ่มเติม) บอร์ดกสทช.เห็นชอบ 3 ร่างแผนแม่บทคาดประกาศลงราชกิจจาฯสิ้นมี.ค.-ต้นเม.ย.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 มี.ค. 55)--นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.วาระพิเศษในวันนี้มีมติเห็นชอบทั้ง 3 ร่างแผนแม่บท ได้แก่ ร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ เห็นชอบด้วยมติ 6:4 ขณะที่ร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรรมการมีมติเห็นชอบทั้ง 10 คน เช่นเดียวกับร่างแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมหลังจากที่ทางสำนักงาน กสทช.ได้นำความเห็นจากประชาพิจารณ์มาแก้ไขและนำกลับไปพิจารณาใหม่อีกครั้งหลังจากได้มีการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
          สำหรับประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาก คือระยะเวลาในการคืนคลื่น แต่ทางสำนักงาน กสทช.ยังยืนยันที่จะใช้ระยะเวลาเดิม คือ วิทยุ 5 ปี โทรทัศน์ 10 ปี และกิจการโทรคมนาคม 15 ปี โดยที่ประชุมมีมติออกมาคือ 6:4 โดยเสียงส่วนมากให้ยืนยันตามร่างเดิมที่กำหนดอัตราอายุถือคลองคลื่นความถี่เท่าเดิมคือโทรคมนาคมอยู่ที่ระยะเวลาสูงสุด 15 ปี เช่น บมจ.ทีโอที (TOT) ที่ปัจจุบันมีอายุถือครองคลื่นความถี่ที่จะหมดในปี 2568 นี้ ซึ่งหากคำนวณตามระยะเวลาคลื่นก็จะเหลือ 13 ปี เป็นต้น
          "ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทั้งหมดเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นทางสาธารณะในส่วนของคลื่นแม่บท คลื่นความถี่มาตลอด พร้อมนำแผนแม่บทขึ้นประกาศราชกิจจาฯในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ หรืออาจ late ไปประมาณ 1-2 เม.ย."นายฐากร กล่าว
          จากนี้จะนำแผนแม่บทขึ้นเว็บไซต์ของกสทช.ภายใน 7 วัน หากระหว่างนี้มีผู้คัดค้านจะนำเรื่องเสนอต่อกสทช.ต่อไป แต่ถ้าไม่มีผู้คัดค้านจะนำร่างแผนแม่บททั้ง 3 แผนไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ หรืออาจเป็นต้นเดือนเม.ย.นี้โดยทุก 2 ปีจะต้องมีการปรับปรุงแผนแม่บทคลื่นความถี่ใหม่ หากใน 2 ปีมีอะไรไม่ดีก็สามารถปรับแก้ได้
          สำหรับคลื่นที่ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาการหมดอายุไว้ คือ บริษัท วิทยุการบิน จำกัด บมจ.ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) บริษัท เอเซียส รีเยนแนล เซอร์วิส จำกัด, บมจ.กสท โทรคมนาคม และ ทีโอที โดยทีโอทีกับ กสทฯ เข้าข่ายคืนคลื่น 13 ปีตามระยะเวลาสัมปทานที่เหลือ ส่วนใบอนุญาตของบริษัท วิทยุการบิน จำกัด เหลือระยะเวลา 10 ปี ขณะที่ บมจ.ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะได้รับใบอนุญาตประเภทไหน และจะได้รับใบอนุญาตกี่ปี ในขณะที่ บริษัท เอเซียส รีเยนแนล เซอร์วิส จำกัด ยังอยู่ระหว่างพิจารณา

--อินโฟเควสท์ โดย คคฦ/เสาวลักษณ์/ศศิธร

Monday, March 19, 2012

Stock,NEWS,SCC,19.MAR.2012.15.5




Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน


Comment:  SCC
บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ได้แจ้งต่อตลาดฯระบุว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 SCC ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Mariwasa Siam Ceramics, Inc. (MSC) ประเทศฟิลิปปินส์ อันเป็นผลจาก การปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์ การทำธุรกรรมครั้งนี้มีมูลค่า 210 ล้านเปโซ (ประมาณ 150 ล้านบาท) เป็นผลให้ SCC ถือหุ้นของ MSC ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมเพิ่มขึ้น จาก
ร้อยละ 46 เป็นร้อยละ 83 MSC เป็นผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกรายใหญ่อันดับหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ มีโรงงานตั้งอยู่ที่เมือง Batangas กำลังการผลิต 12 ล้านตารางเมตร ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 30 ในปี 2554 MSC มีรายได้จากการขายและ EBITDA ประมาณ 2,000 ล้านบาท และ 400 ล้านบาทตามลำดับ
การลงทุนดังกล่าวเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่น ที่จะขยายการลงทุนในธุรกิจหลักของเอสซีจีในภูมิภาค
อาเซียน ทั้งนี้ในปัจจุบันเอสซีจีมีกำลังการผลิตกระเบื้องเซรามิกรวมทั้งสิ้น 149 ล้านตารางเมตร โดยร้อยละ 71 เป็นกำลังการผลิตภายในประเทศไทย ขณะที่อีกร้อยละ 21 อยู่ในประเทศอินโดนีเซีย และร้อยละ 8 อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

ความเห็น
รายได้จากการขายของ MSC 2,000 ล้านบาท และ EBITDA 400 ล้านบาท นับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับ ยอดขายของ SCC เท่ากับ 368,579 ล้านบาท และ EBITDA เท่ากับ 43,732 ล้านบาท  รวมถึง ตัวเลขเงินลงทุน 150 ล้านบาท ดังกล่าว นับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับเป้าการลงทุนในปีนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท และ ใน 5 ปีข้างหน้า SCC ตั้งเป้าจะลงทุนถึง 150,000 ล้านบาท  เนื่องจาก กระแสเงินสดในรูป EBITDA ของ SCC  ประมาณ 4.4-6 หมื่นล้านบาทต่อปี  และ สิ้นปี 2554
มีเงินสดในมือถึง 50,288 ล้านบาท   โดยจะเน้นการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ราคาหุ้นของ SCC ในระยะสั้น จะถูกกดดันจากสเปรดในธุรกิจปิโตรเคมีที่ตกต่ำในปัจจุบัน แต่ในแง่ระยะยาว เราคงคำแนะนำ ซื้อ ในลักษณะลงทุน ประเมินราคาเป้าหมาย 390 บาท บนฐาน Forward Median P/BV เท่ากับ 3.00 เท่า

Surachai Pramualcharoenkit

Wednesday, March 14, 2012

Stock,News,เลิกแปรรูปตลาดหุ้น




Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน



Comment:  เลิกแปรรูปตลาดหุ้น

Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)
Thursday, March 15, 2012 05:14
44180 XTHAI XPOL V%NETNEWS P%WTR
คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ จะเดินทางไปประชุมร่วมกับ บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ เป็นครั้งแรกในวันพุธหน้า เพื่อมอบนโยบายให้ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ และหนึ่งในนโยบายที่จะมอบในวันนั้นก็คือ นโยบายการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ที่ตลาดหลักทรัพย์กำลังดำเนินการอยู่
วันนี้ผมมีข้อมูลจากวารสาร “การเงินธนาคาร” มาเล่าสู่กันฟังล่วงหน้า
รองนายกฯกิตติรัตน์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “การเงินธนาคาร” ฉบับล่าสุดเดือนมีนาคมอย่างชัดเจนว่า “ผมจะไม่แปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องแปรรูปเลย มุมมองเกี่ยวกับนโยบายตลาดทุนของผมก็คือ เลิกคิดแปรรูปเสียเถอะ” ถือเป็นนโยบายตลาดทุนที่ชัดเจนยิ่ง
เหตุผลที่ รองนายกฯกิตติรัตน์ ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปตลาด หลักทรัพย์ ก็เป็นเหตุผลที่น่ารับฟังอย่างยิ่งเหมือนกัน
การแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Demutualization เพื่อแก้ไขการถูกครอบงำ ตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งในโลกที่ Demutualization ก็เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์เหล่านั้น ก่อตั้งขึ้นมาจากความร่วมมือของโบรกเกอร์นายหน้า หรือกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ร่วมมือกันก่อตั้งเป็น “ตลาดหลักทรัพย์” ขึ้นมา และดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของผู้ก่อตั้งเป็นสำคัญ เมื่อใดที่ตลาดหลักทรัพย์มีกำไร ก็จะจ่ายผลตอบแทนให้กับโบรกเกอร์
ตลาดหลักทรัพย์บางแห่งก็ไม่แข็งแรง เพราะมีทุนไม่มาก และดำเนินนโยบายที่เน้นประโยชน์ของบริษัทนายหน้าผู้ก่อตั้งเพียงอย่างเดียว ทั้งที่มีผู้ได้รับประโยชน์จากตลาดหลักทรัพย์หลายกลุ่ม เช่น บริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุนรายย่อยและสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้ประกอบอาชีพวานิชธนกิจ รวมทั้งรัฐบาลด้วย ดังนั้น ถ้าไม่มีการแก้ไขด้วยการทำ Demutualization ก็จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์นั้นอ่อนแอ
แต่กรณีของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่มีความจำเป็นต้องดีมิว เพราะตลาดหลักทรัพย์ไทยไม่เคยถูกครอบงำเลย แม้บริษัทนายหน้าหรือโบรกเกอร์จะมีสิทธิ์เสนอตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมการใน บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ ได้ 5 คน จากกรรมการทั้งหมด 11 คน แต่การทำงานของตัวแทนโบรกเกอร์ 5 คน ก็ไม่สามารถครอบงำหรือทำอะไรที่เป็นผลเสียในลักษณะเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเพียงอย่างเดียวได้
ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ไทยก็มีทุนที่แข็งแรงจากการสะสมมา 30 ปี และก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสามารถครอบงำตลาดหลักทรัพย์ได้
รองนายกฯกิตติรัตน์ จึงฟันธงว่า ไม่ควรแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแก้ปัญหาการครอบงำเหมือนประเทศอื่น ถ้าแปรรูปเมื่อไรก็จะเกิดกลุ่มคนที่ต้องการกำไรสูงสุด จากการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นเป้าหมายหลัก แทนที่จะให้ตลาดหลักทรัพย์ทำงานเพื่อพัฒนาตลาดทุนของไทยทั้งหมด
เมื่อไม่แปรรูปแล้ว การพัฒนาตลาดทุนต่อไป รองนายกฯกิตติรัตน์ บอกว่าจะเสนอให้ตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาตลาดทุน” ขึ้นมาใหม่ เพื่อทำหน้าที่พัฒนาตลาดทุนต่อไป กรรมการชุดนี้จะไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นชื่อคนเลย จะคัดเข้ามาโดยตำแหน่ง เช่น กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เลขาธิการ ก.ล.ต. นายกสมาคมตลาดทุนทั้ง 5 สมาคม ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และจะเชิญแบงก์ชาติมาร่วมด้วย
ก็เป็นนโยบายที่ดีครับ ผมเห็นด้วยกับ รองนายกฯกิตติรัตน์ ว่า ตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็นแกนหลักในการ พัฒนาตลาดทุน เพื่อให้ตลาดทุนไทยแข็งแรงแข่งกับเพื่อนบ้านได้ ตลาดหลักทรัพย์ ไม่ควรเป็น องค์กรธุรกิจ ที่มุ่ง ทำกำไรสูงสุด เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผิดเจตนารมณ์การก่อตั้งที่ต้องการให้ตลาดหลักทรัพย์นำรายได้ไปพัฒนาตลาดทุนต่อ โดยรัฐบาล “ยกเว้นภาษีเงินได้ร้อยละ 30” เพื่อให้มีเงินทุนที่แข็งแกร่ง แต่ไม่ใช่หากำไรเพื่อแบ่งกัน.
“ลม เปลี่ยนทิศ”

Sunday, March 11, 2012

NEWS,PTTEP,12.Mar.2012.,11.25

Every day may not be good,
but there is something good in every day.

ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน  


ดูบทความเก่า , ดูหุ้น  , ดูทอง ,เซียนหุ้น 100 ล้าน , ข้อผิดพลาด, 1,
2 ,  3  ,  45  ,  6  , 7 , 8 ,  9 , 10

Comment: PTTEP

PTTEP รายงานผลขุดเจาะหลุมสำรวจ Rhourde Terfaia-1 (RTF-1) ในแอลจีเรีย ในโครงการนี้ PTTEP มีสัดส่วนร่วมทุน 24.5% โดยเบื้องต้นพบว่ามีอัตราการไหลของน้ำมันดิบ ประมาณ 1,000 บาร์เรลต่อวัน และก๊าซธรรมชาติประมาณ 0.3 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เรามองว่าเป็นปัจจัยบวกแต่ยังคงไม่มีนัยยะมากนัก เนื่องจากมีผลต่อกำลังการผลิตเพียง 0.09% (กำลังการผลิตโดยเฉลี่ยในปี 2554 อยู่ที่ 265,047 บาร์เรลต่อวัน) แต่เรายังคงมองว่าสถานการณ์ความไม่มั่นคงในอุปทานเนื่องจากปัญหาในตะวันออกกลาง จะยังคงเป็นปัจจัยผลักดันใน ราคาน้ำมันดิบยืนตัวอยู่สูงในปีนี้ซึ่งจะทำให้ PTTEP เป็น หุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุด
BY  Surachai Pramualcharoenkit

NEWS ,ปี54โบรกฯกำไรลด36%,12,MAR,2005., 10.38

Comment:นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า กำไรบริษัทหลักทรัพย์ฯปีนี้เชื่อว่าน่าจะยังคงดีกว่าปีก่อน เนื่องจาก มองว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปีนี้เฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ระดับ 3-3.5 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่อยู่ที่ 2.88 หมื่นล้านบาท และการแข่งขันค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น)ในปีนี้ที่มีการเปิดเสรีการแข่งขันไม่รุนแรงจากที่ บล.ต่างๆยังคงคิดค่าคอมมิชชั่นในอัตราขั้นบันไดกับลูกค้าเหมือนกับปีก่อน บล.มีการกระจายฐานรายได้มากขึ้น

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า กำไรรวม บล.ปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโตจากปีก่อน จากมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และจากที่มีกำไรจากพอร์ตการลงทุน ซึ่งปีนี้ถือว่าทำกำไรจากพอร์ตลงทุนลำบากแต่หากมีการจับจังหวะการลงทุนที่ถูกสามารถที่จะทำกำไรได้ ซึ่งทางบล.เอเซีย พลัส ก็มีการตั้งเป้าภายในว่าปีนี้จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 505.31 ล้านบาท ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะมีการกู้เงินเพื่อที่จะนำมาเพิ่มพอร์ตการลงในส่วนที่เป็นการลงทุนต่างประเทศจากเห็นโอกาสในการลงทุน--จบ--

ปี54โบรกฯกำไรลด36% หุ้นผันผวนฉุดพอร์ตลงทุนหุ้นขาดทุน1.15พันล้าน

Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)

Monday, March 12, 2012 00:19

9047 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK XCORP XFINMKT V%WIREL P%ASMO

กรุงเทพฯ--12 มี.ค.--ASTVผู้จัดการออนไลน์

ASTVผู้จัดการรายวัน- โบรกเกอร์ปี 54 กำไรสุทธิรวม 6.32 ล้านบาท ลดลง 36% จากปีก่อน เหตุ พอร์ตลงทุนหุ้นขาดทุน 1.15 พันล้านบาท จากปี53กำไร 4 พันล้านบาท - ค่านายหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 5% "นายกสมาคมโบรกเกอร์" คาดปี 55กำไรสุทธิ ใกล้เคียงกัน จากพอร์ตการลงทุนทำกำไรยากขึ้นตามภาวะตลาดหุ้นไทยผันผวน แต่คาดรายได้โต 10-15% จากปีก่อนที่ 3.34 หมื่นล้านบาท หากวอลุ่มการซื้อขายเท่ากับปีก่อน ด้าน "ก้องเกียรติ"เชื่อกำไรรวมบล.ปีนี้น่าดีกว่าปีก่อน แนะ หากจับจังหวะการลงทุนที่ดีเชื่อกำไรแน่นอน

จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)แจ้งว่า ผลประกอบการของบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ในปี 2554 จำนวน 46 บริษัท มีรายได้รวม33,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.09% จากปี 2553 ที่มีรายได้รวม 33,430 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 24,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,237 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.22% จากปี 2553 ที่มี 23,668 ล้านบาท รายได้นายหน้าซื้อขายสัญญาล่วงหน้า 2,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,301 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 85.53 % จากปี 2553 ที่มี 1,521 ล้านบาท

ขณะที่รายได้จากกำไรการลงทุนติดลบ 1,158 ล้านบาท ลดลง 2,918 ล้านบาท หรือ ลดลง 71.58% จากปี 2553 ที่มีกำไร 4,076 ล้านบาท แต่มีรายได้จากกำไรซื้อขายตราสารอนุพันธ์ จำนวน 2,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,484 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 993 ล้านบาท จากปี 2553 ที่มีกำไร 250 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิรวมของบล.ปี 54 อยู่ที่ 6,321 ล้านบาท ลดลง 2,280ล้านบาท หรือลดลง 36 % จากปี 2553 ที่มีกำไรสุทธิ 8,601 ล้านบาท

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า รายได้ของบริษัทหลักทรัพย์ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 10-15% จากปีก่อน จากที่บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆจะมีการหารายได้อื่นๆเข้ามาเพิ่มจากที่ในปีนี้มีการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ฯและภายใต้มูลค่าการซื้อขายที่เท่ากับปีก่อน แต่หากวอลุ่มโคตกว่าปีก่อนคาดว่าจะทำให้รายได้เติบโตมากขึ้น

ทั้งนี้ในส่วนของกำไรของบริษัทหลักทรัพย์ในปี 2555 คาดว่าจะใกล้เคียงหรือมีการเติบโตเล็กน้อย จากปีก่อน จากการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ฯและพอร์ตการลงทุนของในปีนี้กำไรไม่มากจากการลงทุนยากขึ้นจากภาวะตลาดผันผวน ซึ่งการลงทุนพอร์ตของบล.ต้องมีความระมัดระวังจากที่มีการลงทุนหลายระยะทั้งสั้นคือ ซื้อขายภายในวันเดียวกัน ระยะกลางและ ระยะยาว ซึ่งทางสมาคมมองว่าสัดส่วนการซื้อขายของพอร์ตบล.ไม่ควรที่จะเกิน 15% ของมูลค่าการซื้อขายรวม โดยหากมีสัดส่วนที่มากเกินไปอาจจะทำให้ลูกค้าไม่สบายใจได้

"ทั้งนี้การที่กำไรปี54 ของบล.ออกมาไม่ค่อยดีจาก ภาวะตลาดผันผวนทำให้ผลอตอบแทนการลงทุนไม่ดี ซึ่งถือว่าพอร์ตการลงทุนของบล.ในปีที่ผ่านมาเล่นยาก จากปี 53 ที่บล.มีกำไรเยอะเพราะ ตลาดขาขึ้น ซึ่งเชื่อว่าพอร์ตการลงทุนของ บล.ปีนี้จะเล่นยาก จากภาวะตลาดหุ้นไทยจะผันผวน" นายชาญชัย กล่าว

Monday, March 5, 2012

NEWS,HOT NEWS,6.Mar.2012.,14.25

Comment: TUF ประกาศเพิ่มทุน 199 ล้านหุ้น โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิม ต่อ 1หุ้นเพิ่มทุนใหม่ ราคาเพิ่มทุน 50 บาท/หุ้น
วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน คือนำเงินไปชำระภาระหนี้สิน ที่เหลือจะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้เราได้ปรับปรุงประมาณการปี 55-56 ใหม่ โดยลดคาดการณ์ดอกเบี้ยจ่ายลงจากการชำระหนี้สินคืน จึงทำให้คาดว่าแนวโน้มกำไรปี 55 จะเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันล้านบาท (จากเดิม 5,575 ล้านบาท) แต่ผลจาก Dilution effect ของการเพิ่มทุนราว 20% จึงทำให้คาดการณ์ EPS ปี 55 ลดลงเหลือ 5.02 บาท (จากเดิม 5.58 บาท) ซึ่งทรงตัวใกล้เคียงกับ EPS ปี 54 เราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ปี 55 (Fully diluted) ของ TUF เท่ากับ 75 บาท อิง PER 15 เท่า เราคาดว่าราคาหุ้น TUF น่าจะสนองข่าวลบการเพิ่มทุนในวันนี้ แนะนำให้รอซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลดลง

Monday, February 27, 2012

NEWS ,DAILY,28.FEB.2005.,11.45




Comment: ประเด็นข่าวที่อยู่ด้านล่างนี้  คือ เราต้องสนใจและเฝ้าดู การจะอัดเงินเข้ามาในครั้งนี้ ถ้ามันมากก็จะสามารถทำให้ หุ้นและ สินทรัพย์อื่นๆ (ทอง เงิน น้ำมัน เป็นต้น) ขึ้นได้ เป็นอย่างมากถ้าเข้ามาเกิน 5 แสนล้าน ยูโร แต่ถ้าน้อยมาก อาจทำให้หุ้น หรือ สินทรพัย์อื่นปรับตัวลงได้ **จับตาให้ดีๆ นะครับ 29.ก.พ.2555

**ทรีนี้คาดผล LTRO IIดันยูโรแข็งค่า

กรุงเทพฯ--27 ก.พ.--ASTV ผู้จัดการ ออนไลน์

หุ้นปิดลบ 11 จุด ตามต่างประเทศ เหตุกังวลปัญหาขัดแย้งอิหร่าน-ยุโรป ราคาน้ำมันที่แพงจะฉุดการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก โบรกฯแนะจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป ชี้หากมูลค่าขอรับเงินกู้สูงกว่า 6 แสนล้านยูโร ระยะสั้นเงินยูโรจะแข็งค่า หุ้น - ทองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย วานนี้(27ก.พ.) ปรับตัวผันผวน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายปรับตัวลงมาอยู่ในแดนลบ ซึ่งปิดที่ระดับ 1,135.04 จุด ลดลง 11.10 จุด หรือ -0.97% มูลค่าการซื้อขาย 28,654.54 ล้านบาท ระหว่างวันปรับตัวสูงสุดที่ระดับ 1,148.61 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,133.33 จุด

ภาพรวมดัชนีเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ เนื่องจากวิตกสถานการณ์ราคาน้ำมันแพงจะมากระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความหวั่นเกรงต่อปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกลุ่มประเทศในยุโรป ขณะเดียวกันพุธนี้จะมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป ECB ซึ่งมีการเล็งกันว่าจะมีการใช้มาตรการ LTRO(เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ)อีกรอบ ทำให้อาจมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเพิ่มขึ้น

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์สำหรับลูกค้าสถาบัน บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้มีความวิตกกังวลกันว่าจะไปขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งความขัดแย้งที่มีเพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านกับประเทศตะวันตก โดยมีกระแสข่าวออกมาว่าทางสหรัฐฯอาจจะใช้กำลังกับอิหร่าน นอกจากนี้ที่ผ่านมาราคาหุ้นก็ได้มีการปรับตัวขึ้นมามากแล้ว จึงมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง

ขณะเดียวกันในวันพุธนี้(29ก.พ.) จะมีการประชุม ธนาคารกลางยุโรป(ECB) ซึ่งมีการมองกันว่าอาจจะมีการใช้มาตรการ LTRO(เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ)อีกรอบ และจะทำให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ

ดังนั้น แนวโน้มการลงทุนในวันนี้(28 ก.พ.) คาดว่า ตลาดหุ้นไทยคงจะพักฐานเป็นการชั่วคราวไปก่อน เพราะมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันแพง และสถานการณ์ความขัดแย้งของอิหร่านกับประเทศตะวันตก โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,130 จุด แนวต้าน 1,138 จุด พร้อมมองว่าถ้า ECB อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบอีก ตลาดเอเชียจะปรับตัวขึ้นได้ดี

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวถึงประเด็นมาตรการปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลา 3 ปี แบบไม่จำกัดจำนวนรอบที่ 2 (LTRO II) ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ต้องตามอย่างใกล้ชิดเพราะจะกระทบต่อค่าเงินยูโร ตลาดหุ้นทั่วโลก ตราสารหนี้ประเทศยุโรป และทองคำ ว่า บริษัทได้คาดการณ์ผลกระทบไว้ 3 กรณีหลัก คือ กรณีที่ 1มูลค่าการขอรับเงินกู้อยู่ในระดับสูงกว่า 5 แสนล้านยูโรอย่างมีนัยสำคัญ (6 แสนล้านยูโร ขึ้นไป) คาดว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะคล้ายกับช่วงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คือในระยะสั้นจะเป็นผลดีต่อทั้งค่าเงินยูโร สินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้น ตราสารหนี้ประเทศยุโรปโดยเฉพาะกลุ่ม PIIGS และราคาทองคำเนื่องจากปริมาณเงินกู้ที่สูงมากนี้จะทำให้มีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้าหาทางเลือกการลงทุนต่างๆ อาทิเช่นพันธบัตรรัฐบาลของประเทศกลุ่ม PIIGS ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า ต้นทุนการกู้ยืม ด้วยเหตุนี้เราคาดว่าจะมีแรงผสมจากพอร์ตการลงทุนทั่วโลกที่เข้ามาแสวงโอกาสการลงทุนเพื่อคาดหวังการปรับตัวขึ้นของราคาพันธบัตรนี้ ทำให้ค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วนในระยะกลางนั้นเราคาดว่าค่าเงินยูโรจะกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่งหลังจากผลกระทบของการโยกย้ายเม็ดเงินเริ่มหมดลงไป นอกจากนั้นการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลของ ECB ย่อมทำให้ปริมาณเงินในระบบ (Money supply) ปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งจะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าไปโดยปริยาย ในส่วนของราคาทองคำนั้นเราคาดว่าจะได้รับอานิสงส์ทั้งในระยะสั้นและระยะกลางจากปริมาณเงินในระบบที่สูงขึ้น

สำหรับกรณีที่ 2 มูลค่าการขอรับเงินกู้อยู่ในระดับ 5 แสนล้านยูโรหรือใกล้เคียง (4-6 แสนล้าน) คาดว่าจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในระยะสั้น เนื่องจากเป็นระดับที่ตลาดได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว อย่างไรก็ตามเรามองว่าในช่วงถัดไปหากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของยุโรปยังคงมีอยู่โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาคสถาบันการเงิน อาทิเช่น การปล่อยสินเชื่อที่ยังคงตรึงตัวอยู่ ธนาคารพาณิชย์ยุโรป ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ ECBจะต้องออกมาตรการช่วยเหลือหรือดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ซึ่งเราเล็งไปที่การลดดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับเดิมที่ 1.0% ซึ่งจะทำให้ค่าเงินยูโรถูกกดดันอีกครั้งหนึ่ง แต่ราคาสินทรัพย์อื่นเช่นหุ้นและตราสารหนี้ยุโรปจะมีโอกาสกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่งได้ ในส่วนของราคาทองคำนั้นในช่วงถัดไปจะได้รับผลบวกจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม

“กรณีสุดท้ายมูลค่าการขอรับเงินกู้อยู่ในระดับต่ำกว่า 5 แสนล้านยูโรอย่างมีนัยสำคัญ (ต่ำกว่า 4 แสนล้านยูโร) คาดว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงแรกคือมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมไปถึงค่าเงินยูโรและตราสารหนี้ยุโรป ทำให้าคาดว่าในช่วงถัดไป ECB มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติมเนื่องจากเม็ดเงินช่วยเหลือครั้งนี้ที่ไม่เพียงพอ โดยผ่านกระบวนการผ่อนคลายนโยบายการเงินก็จะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าต่อไป แต่ราคาสินทรัพย์อื่นเช่นหุ้นและตราสารหนี้ยุโรปจะมีโอกาสกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่งได้ สำหรับราคาทองคำนั้นเราคาดว่าในช่วงแรกจะโดนแรงขายทำกำไรไปด้วย”--จบ--

Wednesday, February 22, 2012

Stock Focus,NEWS,22.Feb.2012.,15.05



Comment:

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติว่า พรก. 2  ฉบับ คือ 1) พรก.บริหารหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านล้านบาท และ 2) พรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทแก้นํ้าท่วม  ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

--------------------------
CPF รายงานกำไรสุทธิ 4Q54 เท่ากับ 2,403 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 51% QoQ และน้อยกว่าที่เราคาดไว้ 4.5% โดย Gross Margin ปรับตัวลดลงมากสู่ระดับ 13% จาก 17.9% ใน 3Q54 ซึ่งลดลงมากกว่าที่เราคาด ในขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2554 ของ CPF เท่ากับ 15,837 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 17% YoY และใกล้เคียงกับประมาณการของเรา เรายังแนะนำซื้อ CPF กำหนดราคาเหมาะสมปี 2555 เท่ากับ 45 บาท อิง PER 15 เท่า โดยคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวด 2H54 เท่ากับ 0.60 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield เท่ากับ 1.7% p.a. (จ่ายไปแล้ว 0.60 บาท/หุ้นในงวด 1H54) กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 พ.ค. 2555 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 24 พ.ค. 55

Tuesday, February 21, 2012

NEWS ,DAILY, 21.FEB.2005., 17.17

Comment:

Euro Ministers Reach Agreement on Second Greek Bailout Package
2012-02-21 04:30:37.144 GMT
 
(For more on the euro crisis, click on EXT4.)
By Chiara Vasarri and Svenja O’Donnell
Feb. 21 (Bloomberg) -- Euro-area finance ministers reached
agreement on a second bailout package for Greece that is vital
to staving off a default next month.
The deal includes a 53.5 percent writedown for investors inLuxembourg’s Jean-Claude Juncker, who led the
Greek bonds,
meeting, told reporters early this morning. Debt-swap bonds will he said.
have a coupon of 2 percent in 2014, rising to 3 percent in 2015-
2020 and to 4.3 percent after that,
Finance ministers haggled into the night in Brussels over
the terms of new loans to Greece and a possible contribution by
central banks, and leaned on investors to accept bigger write-
offs in a bond exchange. Ministers were discussing a Greek debt
European Central Bank President Mario Draghi called the
deal “a very good agreement.” Italian Prime Minister Mario
Monti said private bondholders agreed to take a bigger writeoff
on their Greek debt after “intense” negotiations.
The euro surged on news of a deal, rising as high as
$1.3293 and trading up 0.1 percent at $1.3262 at 5:30 a.m. in
Brussels.
European governments need to weld together the program to
give enough time for the bond exchange -- designed ultimately to
write off about 100 billion euros of Greek debt -- to go ahead
by a mid-March deadline. The target is for the swap offer to run
from Feb. 22 to March 9, so the exchange takes place in time for
Greece to escape the full 14.5 billion-euro cost of a March 20
bond redemption, German lawmakers were told last week by
government officials.
More Control
Bondholders’ response to the swap, Greece’s ability to
prolong two years of austerity, and a series of parliamentary
approvals in northern European countries gripped by an anti-
bailout mindset loom as risks to the latest salvage operation.
Frustrated with Greece’s inability to meet two years of
targets for cutting the deficit and selling off state assets,
donor countries are also insisting on more control over how
Greece spends the money. German Finance Minister Wolfgang
Schaeuble said Greece accepts the idea of paying international
aid into a special account, which would give priority to keeping
Greece solvent before releasing money for the country’s budget.
The Netherlands, one of four euro-area nations still ranked
as AAA borrowers, is pushing for monitors to set up a full-time
observation post in Athens.
For Related News and Information:
European crisis monitor: CRISIS <GO>
Sovereign credit ratings: CSDR <GO>
Credit-default swaps: GCDS <GO>
European Union news: NI EU BN <GO>
Economic indicator watch: ECOW EU <GO>
Global currencies: WCRS <GO>
--With assistance from James G. Neuger, Rebecca Christie,
Jonathan Stearns, Jeff Black, Mark Deen, Fred Pals, Angeline
Benoit and Rainer Buergin in Brussels. Editors: Matthew
Brockett, Patrick Henry
To contact the reporters on this story:
Chiara Vasarri in Brussels at cvasarri@bloomberg.net;
Svenja O’Donnell in Brussels at sodonnell@bloomberg.net.
To contact the editor responsible for this story:
Alan Crawford at +49-30-70010-6237 or acrawford6@bloomberg.net
target of 121 percent of gross domestic product by 2020.

Sunday, February 19, 2012

NEWS ,DAILY, 20.FEB.2005., 10.07



Comment:

สภาพัฒน์ระบุว่า จีดีพีของไทยในไตรมาส 4 ปี 54 ติดลบ 9% และเมื่อปรับฤดูกาลแล้วเหลือติดลบ 10.7% เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยเกิดผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น ส่งผลให้จีดีพีทั้งปี 54 ขยายตัวเหลือเพียง 0.1% จากก่อนหน้านี้คาดว่าจะเติบโตได้ 1.5%          ผลกระทบจากอุทกภัยที่ก่อตัวมาตั้งแต่ต.ค. แต่จะหนักที่ ต.ค.-พ.ย. ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศหยุดการผลิต หยุดการเดินทาง การใช้จ่ายครัวเรือนหดตัวจากเงินเฟ้อสูง เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติและสถาบันเกิดการชะลอการลงทุนชั่วคราวรับข่าวร้ายนี้ คาด SET อ่อนตัวได้ในช่วง 3 วันแรกของสัปดาห์จากข่าวร้ายต่าง ๆ ที่อาจร้ายกว่าคาด แต่เมื่อปรับตัวลงแล้วให้หาจังหวะการเข้าซื้อ เน้นหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลักสำหรับการลงทุนรอบใหญ่

หุ้นใหญ่ส่วนใหญ่กระจุกตัวในกลุ่มพลังงาน และธนาคาร PTT, PTTGC, TOP, PTTEP, BBL, KBANK, SCB,  BANPU, SCC, CPF, CPALL, ADVANC ฯลฯ คือลักษณะหุ้นใหญ่ที่สามารถกำหนดทิศทางตลาดได้  ระยะสั้นท่านเพียงระวังเรื่อง XD Effect ที่อาจเป็นปัจจัยรูด SET ลงก่อนได้
แนะนำซื้อ TOP หลังจากใช้สมมติฐานค่าการกลั่นเป็น 7 เหรียญฯ TOP จะมี Upside มากสุดในกลุ่มโรงกลั่น อีกทั้งบริษัทมีสิทธิประโยชน์จากโครงการ BOI ที่จะ save ภาษีได้รวม 7,400 ล้านบาท ใช้ไปในปี 2011 เพียง 500 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ในปี 2012-2013 อีกปีละ 3,200-3,700 ล้านบาท กำไร TOP จะก้าวกระโดด ให้กลับเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ต้อง Strong Buy ได้ในปีนี้ Target Price รอติดตามจาก Paper Update

Saturday, February 18, 2012

NEWS ,FUN FLOW,2,FEB,2005

Comment:



สัญญาณเงินนอกไหลเข้าไทยชัดพบมกราคมเดือนเดียวแห่ลงทุนในตลาดตราสารหนี้กว่า 5หมื่นล้านบาทผู้เชี่ยวชาญด้านฟันด์โฟลว์คาดส่วนหนึ่งเป็นเงินของบริษัทประกันภัยต่างชาติมาพักกินผลตอบแทนใน บอนด์สั้นรอจ่ายค่าสินไหมจากอุทกภัย"เฮดจ์ฟันด์"สบจังหวะบาทแข็งค่าโยกเงินเข้าตลาดหุ้นกว่า3พันล้านบาทรอฟันกำไร2ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯชี้ครึ่งปีหลังเงินนอกทะลักเข้าตลาดหุ้นภาวะการลงทุนในรอบเดือนมกราคมที่ผ่านมายังคงปกคลุมด้วยปัจจัยลบจากต่างประเทศเป็นหลักคือวิกฤติหนี้ยุโรปปัญหา เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและที่สุดธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดได้ใช้นโยบายคงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 0-0.25 %ออกไปอีก2ปีหรือสิ้นสุดปี2557 ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มเป็นขาลงเช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ล่าสุดปรับลด 0.25 % มาอยู่ที่ 3% ส่วนปัจจัยในประเทศที่นักลงทุนต่างชาติเฝ้าจับตา คือ การบริหารจัดการเพื่อป้องกันน้ำท่วมหลังปลายปีที่ผ่านมา ไทยประสบภัยน้ำท่วมจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้(ตลาดบอนด์) และตลาดหุ้นไทยจำนวนมากอีกทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองตรงกันว่า ตลอดปี2555ตลาดหุ้นไทยจะมีเกงินทุนไหลเข้าเป็นบวก
      นางสาวอริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในเดือนมกราคม 2555 นักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้แล้วกว่า50,000ล้านบาทเฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา (23-27 ม.ค.2555) ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น มากถึงเกือบ 30,000 ล้านบาทส่งผลให้ยอดถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ปรับขึ้นมาที่4.42 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.1% ของมูลค่าตราสารหนี้ทั้งระบบ 7.2 ล้านล้านบาทอีกทั้งคาดว่า เงินลงทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องจนอาจทำให้เพดานการ ถือครองตราสารหนี้ของต่างชาติ เพิ่มขึ้นเป็น 10% ของยอดคงค้างตราสารหนี้ แต่ไม่น่ากังวล หากเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ที่ต่างชาติถือครองตราสารหนี้สูงถึง 20-30% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในตราสารหนี้ไทยขณะนี้ ได้กระจายการลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีอายุยาวขึ้นด้วยแบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะยาว 60% และตราสารหนี้ระยะสั้น40% ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ไทย
ด้านนายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด คาดว่า ปี 2555 จะมีเงินลงทุนต่างชาติ ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจแข็งแรงที่สุด และล่าสุดได้ไหลเข้ามาพักในตลาดตราสารหนี้เกือบ 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 45,000 ล้านบาท ตราสารหนี้ระยะยาว12,600 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นเงินจากบริษัทประกันภัยในต่างประเทศ ที่นำเงินเข้ามาพักในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรอจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้กับผู้ประกอบการที่ประสบภัยน้ำท่วมช่วงปลายปี 2554
อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของสหรัฐฯรวมทั้งความคลี่คลายระดับหนึ่ง จากปัญหาการขาดสภาพคล่องในยุโรป ที่ปลายปี 2554 ธนาคารกลางยุโรปได้อัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อให้สถาบันการเงินไปแล้วถึง 5 แสนล้านยูโร และช่วงเดือนมีนาคมนี้ คงต้องจับตาการอัดฉีดเงินอีกรอบของธนาคารกลางยุโรป ว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะถือเป็นการดูดเงินก้อนใหญ่เช่นกัน ดังนั้นอาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนแรงได้
นายวิศิษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า ผลจากการที่มีเงินก้อนใหญ่ ของบริษัทประกันภัยในต่างประเทศไหลเข้ามาจนทำให้ในระยะเพียง 10 วัน เงินบาทแข็งค่าจาก 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯโดยพบว่าในช่วงดังกล่าว กองทุนบริหารความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์ ได้นำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยด้วยโดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ม.ค.2555) ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3,000-4,000 ล้านบาท หลังจากที่เทขายออกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ดร.เทียนทิพย์ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ในปี 2555 นี้ตลท.ประเมินว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยแน่นอนแม้ว่าปี 2554 จะปิดตัวเลขเป็นขายสุทธิประมาณ 5,290 ล้านบาท เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมามีปัจจัยลบ ทั้งปัญหาหนี้ในยุโรป และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย
ส่วนปีนี้ช่วงครึ่งปีแรก ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนอยู่ จากปัจจัยต่างประเทศเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป ที่กำลังจะครบกำหนดชำระช่วงในครึ่งปีแรก ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินรวมกันถึงแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ดังนั้น ตลท.คาดว่าเงินต่างชาติจะเริ่มไหลกลับมาในตลาดหุ้นแรงๆ ช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก นักลงทุนยังประเมินสถานการณ์ในยุโรป ต่อการชำระหนี้ และจะทำให้ยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย เมื่อปี 2551 ที่มีจำนวนถึง 1.63 แสนล้านบาทกลับมาเป็นบวกได้ในปีนี้
ดร.เทียนทิพย์ กล่าวต่ออีกว่า ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจเมื่อบวกกับปัจจัยทิศทางดอกเบี้ยขาลง โดยยังมีหุ้นที่น่าสนใจหลายกลุ่ม ซึ่งจะสะท้อนข่าวด้านดี คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสถาบันการเงินรวมถึงหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวก จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น
นายคมสันต์ ปรมาภูติรองผู้จัดการสายงานวิจัย บล.บัวหลวงฯ กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่จะมีเงินทุนไหลเข้าเอเชีย และตลาดเกิดใหม่อย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะมีตัวเลขประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทดแทนในปีที่ผ่านมา ที่ไหลออกไปถึง50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเช่นกัน
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคลบล.ไทยพาณิชย์ฯกล่าวว่าหากให้ประเมินทั้งปี คาดว่าจะมีเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้น ไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท สำหรับปัจจัยสนับสนุน คือ อัตราดอกเบี้ยทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีทิศทางเป็นขาลง ซึ่งแสดงถึงสัญญาณที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นชัดเจน ทั้งสหรัฐฯที่คงนโยบายดอกเบี้ยต่ำ ยุโรปก็เริ่มมีแผนอัดฉีดเงิน แต่คงไม่เด่นเท่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก อาทิ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน จีนและฟิลิปปินส์ ที่ปรับตัวลงมากในปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดหุ้นไทยปีนี้ถือว่ายังเติบโตได้ โดยหากประเมินจากพื้นฐาน ซึ่งมีโอกาสได้ผลดีจากมาตรการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล จาก 30 % เหลือ 23 % และคาดการณ์บริษัทจดทะเบียน(บจ.)มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิประมาณ 16 % จากปี2554--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 2 - 4 ก.พ. 2555--
ทะลักตามสินไหมน้ำท่วมเฮดจ์ฟันด์ผันเงินเข้าหุ้น
Source - ฐานเศรษฐกิจ (Th)
Thursday, February 02, 2012 09:23

Friday, February 17, 2012

NEWS ,DAILY,FATFขึ้นแบล็กลิสต์ไทยไม่ผ่านมาตรฐานฟอกเงิน, 17.FEB.2005., 15.00




Comment:

FATFขึ้นแบล็กลิสต์ไทยไม่ผ่านมาตรฐานฟอกเงิน
Source - สปริงนิวส์ (Th)
Friday, February 17, 2012 12:15
XTHAI XECON V%WIREL P%SPNO
 
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือไฟแนนซ์เชียล แอ๊คชั่น ทาสก์ ฟอรซ์ หรือ FATF ขึ้นบัญชีดำประเทศไทย, ปากีสถาน, อินโดนีเซีย, กานา และแทนซาเนียในรายชื่อ ประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยการสกัดการฟอกเงิน
นายริค แมคโดเนล เลขาธิการ FATF ระบุว่า FATF พบว่า ประเทศทั้ง 5 ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการปราบปรามการฟอกเงิน และการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้าย FATF ไม่ได้ปลดรายชื่อประเทศใดออกจากบัญชีดำเดิม (blacklist) แต่มีการปลดฮอนดูรัสและปารากวัยออกจากบัญชีเทา (grey-list) หรือรายชื่อ ประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ถึงแม้เคยแสดงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตาม มาตรฐานดังกล่าวมี 17 ประเทศที่มีชื่อติดอยู่ใน blacklist ของ FATF ในขณะนี้ โดยนอกจาก 5 ประเทศใหม่แล้ว ประเทศที่เหลือประกอบด้วยโบลิเวีย, คิวบา, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, เคนยา, พม่า, ไนจีเรีย, เกาหลีเหนือ, เซา โตเม แอนด์ ปรินซิเป, ศรีลังกา, ซีเรีย และตุรกี ส่วน 22 ประเทศที่มีชื่อติดอยู่ใน grey-list ประกอบด้วย แอลจีเรีย, แองโกลา, แอนติกวา แอนด์ บาร์บูดา, อาร์เจนตินา, บังคลาเทศ, บรูไน, กัมพูชา, เอกวาดอร์, เคอร์กิซสถาน, มองโกเลีย, โมร็อกโก, นามิเบีย, นิคารากัว, ฟิลิปปินส์, ซูดาน, ทาจิคิสถาน, ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก, เตอร์กเมนิสถาน, เวเนซุเอลา, เวียดนาม, เยเมน และซิมบับเว เมื่อวานนี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือกกร.ระบุว่าจะส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้รัฐบาลส่งสัญญาณว่าประเทศไทยจะเร่งรัดการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน 2 ฉบับคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการฟอกเงิน ซี่งกฏหมายทั้งสองฉบับอยู่ระหว่างการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ บรรยายใต้ภาพ: เอฟเอทีเอฟ ขึ้นแบล็กลิสต์ประเทศไทยวันนี้หลังจากไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานฟอกเงินสากลตามคำแนะนำที่มา: http://www.springnewstv.tv

InfoQuest Limited

Thursday, February 16, 2012

NEWS,DAILY, 17.FEB.2012.,14.56




Comment:

ประกาศขึ้น backlist ประเทศไทย ไม่ผ่านมาตฐานผ่านมาตรฐานฝากเงิน ร่วมกับอีก 5 ประเทศ มี ไทย ปากีสถาน อินโด กานา และแทนซาเนีย ของเดิมมี 12 ประเทศรวมเป็น 17 ประเทศ ประกาศวันนี้ เมื่อเช้าข่าวบอกว่าจะประกาศ 20 ก.พ.ผลกระทบต่อสถาบันการเงิน การลงทุน การนำเงินเข้า-ออกระหว่างประเทศ ผลกระทบต้องเฝ้าติดตามดู
รอจังหวะการซื้อหุ้นเมื่อราคาอ่อนตัวแถว 20-22 ก.พ. เพราะมีหลายเรื่องต้องตามดูในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น พรก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูกับกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท จะผ่านศาล รธน.หรือไม่ SET sideways แต่ยังรอทดสอบ 1150 ในช่วงต้นเดือน มี.ค.

Stock Focus,NEWS ,Iran’s Oil Sanction,PTT,PTTEP,17,FEB,2005., 12.50




Comment:


Iran’s Oil Sanction
17 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมาจากประเทศอิหร่าน, อิรัก,ซาอุดิอาระเบีย, คูเวต, กาตาร์, และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และส่งออกไปยังประเทศแถบเอเชียประมาณ 77% และ สหภาพยุโรป 8% โดยถ้าหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เกิดขึ้นปริมาณน้ำมันดิบที่มีความเสี่ยงมีอยู่ประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากในประเทศซาอุดิอาระเบีย และ อิรัก มีท่อส่งน้ำมันขนาด 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อ1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วง เดือน พ.. 55 โดยประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นผลักดันราคาน้ำมัน อย่างไรก็ดีเรามองว่า มีความเป็นไปได้ในประเด็นนี้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากถ้าหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้นจริง อิหร่านเองก็จะไม่สามารถส่งออกน้ำมันไปในประเทศที่ไม่คว่ำบาตตนเอง เช่นจีนและอินเดียได้ เรายังมองว่าถ้าหากยุโรปตัดสินใจที่จะดำเนินการคว่ำบาตการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านตั้งแต่เดือน ก.. 55 จริงปริมาณน้ำมันดิบจำนวน 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวันซึ่งส่งออกไปยุโรปนั้นจะต้องถูกนำมาขายในตลาดอื่นซึ่งไม่ตอบรับนโยบายคว่ำบาตของสหรัฐ ประเทศกรีซ, อิตาลี และสเปนซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษกิจ มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านประมาณ 53%, 13%, และ 16% ตามลำดับของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด ย่อมต้องมีการพึ่งพาน้ำมันดิบจากอิหร่านอยู่ในประมาณหนึ่งอีกอย่างการปิดช่องแคบจะเป็นการจุดชนวนทางทหาร ซึ่งจะส่งผลร้ายต่ออิหร่านเอง และสหรัฐฯเองซึ่งในปีนี้จะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.. 55 ย่อมไม่มีความต้องการที่จะเริ่มสงครามในช่วงเวลานี้ แต่ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นปัจจัยที่เรากังวลมากกว่า.. 54 ที่มีรายงานของ ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(International Atomic Energy Agency หรือ IAEA ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งบ่งชี้ว่าอิหร่านดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาวัตถุระเบิดนิวเคลียร์ ส่งผลให้ สหรัฐฯ ซึ่งได้มีการคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านมายาวนาน ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศอื่นร่วมกันคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านด้วย รวมถึงสหภาพยุโรป โดยอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการ เริ่มการซ้อมรบเป็นเวลา 10 วันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือสำคัญในอ่าวเปอร์เชีย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวล ว่าความกดดันจากประเทศตะวันตกจะทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นปัจจัยหนึ่งในการผลักดันราคาน้ำมันดิบ5 ของโลก โดยมีการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยจะใช้ในประเทศประมาณ 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน และส่งออกประมาณ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประเทศจีนและอินเดียเป็นลูกค้ารายใหญ่ของอิหร่านโดยมีสัดส่วนประมาณ 34% ของจำนวนการส่งออกทั้งหมด โดยทั้งสองประเทศได้แสดงความ0.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ได้มีมติที่จะคว่ำบาตรการซื้อน้ำมันจากอิหร่านตั้งแต่วันที่ 1 .. 55 โดยอิหร่านได้ออกมาตอบโต้ว่า อิหร่านสามารถที่จะยุติการส่งออกน้ำมันดิบไปที่สหภาพยุโรปได้ก่อนกำหนดการคว่ำบาตร
หลังจากในเดือน พ
ปัจจุบันอิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบ อันดับ
ไม่เห็นด้วยต่อ นโยบายคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในขณะที่สหภาพยุโรป ซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน ประมาณ
ปริมาณน้ำมันดิบที่จะต้องมีการส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆมีปริมาณโดยเฉลี่ยประมาณ
วัน ตามลำดับ รวมถึง ท่อส่งน้ำมันในประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขนาด
ประเด็นที่จะส่งต่อบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย
โดยประเด็นที่จะส่งผลกระทบคือ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ และประเด็น
Supply Shortage จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กลุ่ม PTT มีการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณ 60-80%
โดยเรามองว่า ทั้ง TOP , ESSO และ PTTGC มีการพึ่งพาน้ำมันดิบจากซึ่งจะต้องมีการส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประมาณ 70% และจากแหล่งอื่นประมาณ 30% โดย ESSO และ PTTGC มีการ Co-loading กับ TOP พอสมควร และขณะนี้ TOP มีการกระจายความเสี่ยงโดยการเริ่มนำเข้าน้ำมันทั้งจาก แอฟริกา และ ประเทศในกลุ่ม Far East โดยขณะนี้บริษัทได้มีระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเพื่อเปิดโอกาสที่จะกลั่น Crude ชนิดใหม่ๆได้
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้เรามองว่า ราคาน้ำมันดิบในปีนี้จะยืนตัวอยู่สูงส่งผลดูต่อธุรกิจต้นน้ำเช่น PTTEP, PTT (ซึ่งถือหุ้น PTTEP อยู่ 65.31%) และ BANPU โดยเรามองว่าราคาน้ำมันที่ยืนตัวอยู่สูงน่าจะส่งผลให้เกิดมุมมองเชิงบวกต่อราคาถ่านหินไปด้วย แต่เราค่อนข้างมีมุมมองที่เป็นกลางกับธุรกิจ Downstream ในปีนี้ โดยราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจะไปทำให้มาร์จิ้นปิโตรเคมี และค่าการกลั่นแคบลง และจะเป็นไปได้ยากในการมี Stock gain อย่างไรก็ดีเรายังคงมีมุมมองที่เป็นบวกกับ PTTGC และ TOP เนื่องจาก สเปรดที่ยังแข็งแกร่งของ พาราไซลีนโดยเฉพาะในช่วง 1H55 เนื่องจากดีมานต์ที่จะเข้ามามาก ประกอบกับในสายการผลิตโอเลฟินส์ของ PTTGC มีการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็น วัตถุดิบกว่า 90% จึงทำให้บริษัท ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับผู้ประกอบการรายอื่นในกรณีที่ราคาน้ำมันยืนตัวอยู่สูง
Disclaimer
การเปิดเผยผลการสำรวจของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
by   วชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย
(IOD) ในเรื่องกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) นี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยการสำรวจของ IOD เป็นการสำรวจและประเมินจากข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นข้อมูลที่ผู้ลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ดังนั้น ผลสำรวจดังกล่าวจึงเป็นการนำเสนอในมุมมองบุคคลภายนอก โดยไม่ได้เป็นการประเมินการปฏิบัติ และมิได้มีการใช้ข้อมูลภายในในการประเมินอนึ่งผลการสำรวจดังกล่าว เป็นผลการสำรวจ ณ วันที่ปรากฏในรายงานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนเท่านั้น ดังนั้น ผลการสำรวจจึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังวันดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ จำกัด มิได้ยืนยันหรือรับรองถึงความถูกต้องของผลสำรวจดังกล่าวแต่อย่างใด
ในขณะที่ เรามองว่า BCP จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะ บริษัทพึ่งพิงน้ำมันดิบในประเทศประมาณ 45% และ อีก 43% มาจากตะวันออกไกล และส่วนอื่นซึ่งรับมาจากตะวันออกกลางมีเพียง 12% เท่านั้น