Saturday, February 18, 2012

NEWS ,FUN FLOW,2,FEB,2005

Comment:



สัญญาณเงินนอกไหลเข้าไทยชัดพบมกราคมเดือนเดียวแห่ลงทุนในตลาดตราสารหนี้กว่า 5หมื่นล้านบาทผู้เชี่ยวชาญด้านฟันด์โฟลว์คาดส่วนหนึ่งเป็นเงินของบริษัทประกันภัยต่างชาติมาพักกินผลตอบแทนใน บอนด์สั้นรอจ่ายค่าสินไหมจากอุทกภัย"เฮดจ์ฟันด์"สบจังหวะบาทแข็งค่าโยกเงินเข้าตลาดหุ้นกว่า3พันล้านบาทรอฟันกำไร2ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯชี้ครึ่งปีหลังเงินนอกทะลักเข้าตลาดหุ้นภาวะการลงทุนในรอบเดือนมกราคมที่ผ่านมายังคงปกคลุมด้วยปัจจัยลบจากต่างประเทศเป็นหลักคือวิกฤติหนี้ยุโรปปัญหา เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและที่สุดธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดได้ใช้นโยบายคงอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 0-0.25 %ออกไปอีก2ปีหรือสิ้นสุดปี2557 ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มเป็นขาลงเช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ล่าสุดปรับลด 0.25 % มาอยู่ที่ 3% ส่วนปัจจัยในประเทศที่นักลงทุนต่างชาติเฝ้าจับตา คือ การบริหารจัดการเพื่อป้องกันน้ำท่วมหลังปลายปีที่ผ่านมา ไทยประสบภัยน้ำท่วมจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้(ตลาดบอนด์) และตลาดหุ้นไทยจำนวนมากอีกทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองตรงกันว่า ตลอดปี2555ตลาดหุ้นไทยจะมีเกงินทุนไหลเข้าเป็นบวก
      นางสาวอริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในเดือนมกราคม 2555 นักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้แล้วกว่า50,000ล้านบาทเฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา (23-27 ม.ค.2555) ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น มากถึงเกือบ 30,000 ล้านบาทส่งผลให้ยอดถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ปรับขึ้นมาที่4.42 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.1% ของมูลค่าตราสารหนี้ทั้งระบบ 7.2 ล้านล้านบาทอีกทั้งคาดว่า เงินลงทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องจนอาจทำให้เพดานการ ถือครองตราสารหนี้ของต่างชาติ เพิ่มขึ้นเป็น 10% ของยอดคงค้างตราสารหนี้ แต่ไม่น่ากังวล หากเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ที่ต่างชาติถือครองตราสารหนี้สูงถึง 20-30% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในตราสารหนี้ไทยขณะนี้ ได้กระจายการลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีอายุยาวขึ้นด้วยแบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะยาว 60% และตราสารหนี้ระยะสั้น40% ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อการลงทุนในตราสารหนี้ไทย
ด้านนายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด คาดว่า ปี 2555 จะมีเงินลงทุนต่างชาติ ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจแข็งแรงที่สุด และล่าสุดได้ไหลเข้ามาพักในตลาดตราสารหนี้เกือบ 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 45,000 ล้านบาท ตราสารหนี้ระยะยาว12,600 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นเงินจากบริษัทประกันภัยในต่างประเทศ ที่นำเงินเข้ามาพักในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรอจ่ายค่าสินไหมทดแทน ให้กับผู้ประกอบการที่ประสบภัยน้ำท่วมช่วงปลายปี 2554
อีกทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำของสหรัฐฯรวมทั้งความคลี่คลายระดับหนึ่ง จากปัญหาการขาดสภาพคล่องในยุโรป ที่ปลายปี 2554 ธนาคารกลางยุโรปได้อัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อให้สถาบันการเงินไปแล้วถึง 5 แสนล้านยูโร และช่วงเดือนมีนาคมนี้ คงต้องจับตาการอัดฉีดเงินอีกรอบของธนาคารกลางยุโรป ว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะถือเป็นการดูดเงินก้อนใหญ่เช่นกัน ดังนั้นอาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนแรงได้
นายวิศิษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า ผลจากการที่มีเงินก้อนใหญ่ ของบริษัทประกันภัยในต่างประเทศไหลเข้ามาจนทำให้ในระยะเพียง 10 วัน เงินบาทแข็งค่าจาก 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯโดยพบว่าในช่วงดังกล่าว กองทุนบริหารความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์ ได้นำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยด้วยโดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ม.ค.2555) ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3,000-4,000 ล้านบาท หลังจากที่เทขายออกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ดร.เทียนทิพย์ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ในปี 2555 นี้ตลท.ประเมินว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยแน่นอนแม้ว่าปี 2554 จะปิดตัวเลขเป็นขายสุทธิประมาณ 5,290 ล้านบาท เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมามีปัจจัยลบ ทั้งปัญหาหนี้ในยุโรป และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย
ส่วนปีนี้ช่วงครึ่งปีแรก ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนอยู่ จากปัจจัยต่างประเทศเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป ที่กำลังจะครบกำหนดชำระช่วงในครึ่งปีแรก ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินรวมกันถึงแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ดังนั้น ตลท.คาดว่าเงินต่างชาติจะเริ่มไหลกลับมาในตลาดหุ้นแรงๆ ช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก นักลงทุนยังประเมินสถานการณ์ในยุโรป ต่อการชำระหนี้ และจะทำให้ยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย เมื่อปี 2551 ที่มีจำนวนถึง 1.63 แสนล้านบาทกลับมาเป็นบวกได้ในปีนี้
ดร.เทียนทิพย์ กล่าวต่ออีกว่า ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจเมื่อบวกกับปัจจัยทิศทางดอกเบี้ยขาลง โดยยังมีหุ้นที่น่าสนใจหลายกลุ่ม ซึ่งจะสะท้อนข่าวด้านดี คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสถาบันการเงินรวมถึงหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวก จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น
นายคมสันต์ ปรมาภูติรองผู้จัดการสายงานวิจัย บล.บัวหลวงฯ กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่จะมีเงินทุนไหลเข้าเอเชีย และตลาดเกิดใหม่อย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะมีตัวเลขประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทดแทนในปีที่ผ่านมา ที่ไหลออกไปถึง50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเช่นกัน
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคลบล.ไทยพาณิชย์ฯกล่าวว่าหากให้ประเมินทั้งปี คาดว่าจะมีเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้น ไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท สำหรับปัจจัยสนับสนุน คือ อัตราดอกเบี้ยทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีทิศทางเป็นขาลง ซึ่งแสดงถึงสัญญาณที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นชัดเจน ทั้งสหรัฐฯที่คงนโยบายดอกเบี้ยต่ำ ยุโรปก็เริ่มมีแผนอัดฉีดเงิน แต่คงไม่เด่นเท่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก อาทิ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน จีนและฟิลิปปินส์ ที่ปรับตัวลงมากในปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดหุ้นไทยปีนี้ถือว่ายังเติบโตได้ โดยหากประเมินจากพื้นฐาน ซึ่งมีโอกาสได้ผลดีจากมาตรการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล จาก 30 % เหลือ 23 % และคาดการณ์บริษัทจดทะเบียน(บจ.)มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิประมาณ 16 % จากปี2554--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 2 - 4 ก.พ. 2555--
ทะลักตามสินไหมน้ำท่วมเฮดจ์ฟันด์ผันเงินเข้าหุ้น
Source - ฐานเศรษฐกิจ (Th)
Thursday, February 02, 2012 09:23

No comments:

Post a Comment