Sunday, February 12, 2012

Stock Focus,NEWS, TOP, 13.FEB.2055., 14.20




Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้มาจากการที่เราไม่เคยล้ม
แต่มาจากการลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งที่ล้มต่างหาก

ประกาศกำไรสุทธิปี

�กลั่นเบนซินที่อ่อนตัวลงมาเหลือ

BY วชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย

ประกาศกำไรสุทธิ TOP ในไตรมาส 4/54: ที่1,862 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่เราคาดการณ์ที่ 1,820 ล้านบาท โดยลดลง 48% YoY และ 26% QoQ เนื่องจาก ค่าการ9.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล จาก 17.4 เหรียญฯต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนทำให้ Market GRM ในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลง เหลือ 3.1 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล (9M54 ที่ 5.1 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล) และมี Stock Gain ที่ 0.6 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนสเปรดเฉลี่ยของ พาราไซลีนในไตรมาสนี้อยู่ที่ 466 เหรียญฯต่อตัน ลดลง 11% QoQ เนื่องจาก โรงงานพาราไซลีนกลับมาเปิดใหม่หลังจากช่วง Turn Around ทำให้มีอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น และ สเปรดเบนซินที่ปรับตัวลดลงเหลือ  9 เหรียญฯต่อตันจาก 68 เหรียญฯต่อตัน ในไตรมาส 3/54 ทำให้ GIM ในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลง เหลือ 6.3เหรียญฯต่อบาร์เรล (9M54 ที่ 10.4 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล)ประกาศกำไรสุทธิของปี 2554 ที่ 14,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% YoY จากส่วนต่างของผลิตภัณฑ์ และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมี Market GRM อยู่ที่ 4.6เหรียญฯต่อบาร์เรล Stock Gain ที่ 1.58 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล และ GIM ที่ 9.3 เหรียญฯต่อบาร์เรล โดยสเปรดพาราไซนลีนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับปีที่แล้วโดย ปรับตัวขึ้นจาก 296 เหรียญฯต่อตัน มาเป็น 525 เหรียญฯต่อตัน ในปี 2554ค่าการกลั่นน้ำมันเบนซิน: ที่ปรับตัวลดลง โดยคาดว่าในไตรมาส 4/54 อยู่ที่ 9.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจาก ไตรมาส 3/54 ที่ 17.4 เหรียญฯต่อบาร์เรล โดยสาเหตุหลักมาจาก ซัพพลายเพิ่มขึ้นจากการกลับมาผลิตของ โรงกลั่น Bukom ของ Shell และ โรงกลั่น Formosa รวมถึง ฤดูการขับขี่รถยนต์ของสหรัฐฯจบลงทำให้ความต้องการปรับตัวลดลง ซึ่ง เราคาดว่าค่าการกลั่นน่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/55 เนื่องจากจะเป็นฤดูการ turnaround ของโรงกลั่นในสหรัฐฯ และด้วยมาร์จิ้นที่ลดลงอาจจะทำให้โรงกลั่นหลายแห่งลดกำลังการผลิตลงอีก ประกอบกับความต้องการในประเทศน่าจะกลับมาหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงแล้วแนะนำซื้อ : ให้ราคาเป้าหมายที่ 74 บาท คิดตามค่า PER ปี 2555 ที่ 10 เท่า เท่ากับปิโตรเคมี-พลังงานตัวอื่น อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่ามูลค่าของธุรกิจโรงกลั่น TOP ก็ยังมีUndervalued ด้วย Turnover ของ TOP ที่ราว 1.38 แสนล้านบาท คิดเป็น 12,700 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หากเทียบกับโรงกลั่นในภูมิภาคที่กำลังมีการซื้อขายกัน ที่ 13,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลขึ้นไป อีกทั้งหากไปเทียบกับดีลที่ IVL ซื้อ Old Worldยิ่งนับว่าถูก เพราะดีลนั้นสูง 15,000 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล(เทียบกลับมาเป็น TOP เท่ากับราคา 73 บาท)
2554 เท่ากับ 14,853 ล้านบาท หรือ 7.28 บาทต่อหุ้นใกล้เคียงกับที่เราคาดการณ์ (14,813 ล้านบาท) และประกาศปันผล 2 บาทต่อหุ้นปี 2555 คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 15,213 ล้านบาท หรือ 7.46 บาทต่อหุ้น เรามองว่า TOP ยังคง undervalued ในหลายแง่มุม ดังนั้นหากราคาหุ้นอ่อนตัวต่ำกว่า 70 บาท เป็นโอกาสการซื้อ

No comments:

Post a Comment