Thursday, February 2, 2012

Stock Focus,NEWS ,AJ,3,FEB,2005., 9.30

Free Stock Photos - Different currencies
Key Takeaway from AJ
สถานการณ์ล่าสุดบริษัทได้รับผลกระทบทางอ้อมจากภาวะน้ำท่วมในไตรมาส 4/54 ทำให้ Supply Chain ทั้งระบบของธุรกิจ 40% ยอดขาย จะต้องSpot ตลาดส่งออก ซึ่งบริษัทมีมาร์จิ้นที่ค่อนข้างน้อยมาก ทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/54 อาหารและบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร เกิดการชะงักงัน ทำให้ส่วนที่เคยขายในประเทศ
นำไปขายในตลาดบาท คิดเป็นต่อ ส่งของขายยังได้ไม่เต็มที่ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาสออกมาได้เพียง 3 ล้านบาท รวมทั้งปี คาดบริษัทจะมีกำไรสุทธิ 850 ล้านบาท จาก 9M54 มีกำไร 847 ล้านEPS เท่ากับ 2.12 บาท แต่ Supply Chain ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ไตรมาส 1/55 จะสะดุด1/55 ยังคงต่ำกว่า 100 ล้านบาท สเปรด ผลิตภัณฑ์อ่อนแออย่างต่อเนื่องและยังไม่ฟื้นกลับ
:
BOPET
จากพีคในไตรมาส
สเปรดล่าสุด 550 เหรียญฯ ซึ่งต่ำกว่าในภาวะก่อนเป็นขาขึ้นในช่วงปี 2553 เป็นการลงอย่างต่อเนื่องนับ4/53 ที่ขึ้นไปพีค ณ 2,500 เหรียญฯ ต่อตัน BOPP สเปรด ล่าสุด 550 เหรียญฯ ซึ่งฟอร์มขาลงนับจากไตรมาส 2/54 ที่ 900 เหรียญฯ ต่อตัน
BOPAสเปรดระดับดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าในช่วงที่ก่อนฟอร์มขาขึ้นของกำไรได้ระดับการผลิต สเปรดล่าสุด 1,000-1,050 เหรียญฯ ซึ่งฟอร์มขาลง เช่นกันAJ ในปี 2552 เสียอีก ซึ่งเมื่อครั้งนั้น AJ ทำ288 ล้าน จากกำลังการผลิตที่มีอยู่โดยรวม 115,800 ตันต่อปี แต่ช่วงปี 2554-2555 มีแผนเพิ่มกำลังBOPA จาก 8,000 ตัน เป็น 18,000 ตัน ทำไปแล้วไตรมาส 1/54 แต่กำลังการผลิตที่เตรียมเพิ่มใน
BOPETผู้ประกอบเครื่องจักร อยู่นิคมนวนคร ถูกน้ำท่วม ทำให้เครื่องจักรสั่งเข้ามาแล้วแต่ต้องเลื่อนการติดตั้งจากไตรมาสซึ่งมีกำหนดต้องขึ้นกำลังการผลิตจาก 31,000 ตัน เป็น 61,000 ตัน ต้องถูกเลื่อนออกไปเพราะโรงงาน 4/54 เป็น พ.. 55
Margin Analysis:
เคยเกิดขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ระดับปกติปี 2553 เป็นปีที่ดีมากจากซัพพลาย Thin Film ที่ขาดแคลน ส่งผลสเปรดสูงอย่างไม่AJ รับอานิสงค์บวกอย่างมาก ทำให้ปีนั้น Gross Margin กระโดดจาก18% ขึ้นเป็น 23% EBITDA Margin ขึ้นจาก 12% เป็น 18% Net Margin ขึ้นจาก 6% เป็น 16% D/Eนับตั้งแต่ระดับเดิมก่อนขึ้นไปฟอร์มพีคของ AJ ซึ่งเคยสูง เกิน 2 เท่า สามารถลดลงมาได้ทำให้ปัจจุบันเหลือ D/E เพียง 0.7 เท่า สถานการณ์ธุรกิจ2H54 ถึงปัจจุบัน ต้องถือว่ากลับมาสู่ภาวะปกติก่อน ระดับมาร์จิ้นต่าง ๆ นับจากปีนี้ไป คงลงมาอยู่ในวิเคราะห์กำไรที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2555 เป็นต้นไป: ในปี 2555 จะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มเข้ามาตามกำหนด คือ BOPET line 3 มากขึ้น อีกทั้งเครื่องจักรที่ติดตั้งใหม่จะทำให้ประหยัดต้นทุน และมีความเร็วสูง หากสามารถตามสเปคเครื่องจักร ทำให้ลดต้นทุนได้เมื่อเทียบกับเครื่องจักรไปของภัณฑ์ในประเทศฟื้นกลับสู่สภาพเดิม โค๊ก เป๊ปซี่ โออิชิ อิชิตัน ฯลฯ คือลูกค้าในประเทศที่สำคัญของค่อย ๆ ฟื้นกำลังการผลิตกลับมาแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมแล้วสำหรับเมื่อหลังเพิ่มกำลังการผลิตได้ อาจขยับกำไรขึ้นไปในช่วง 2H55 จะรับรู้รายได้ได้ ดังนั้น AJ จะทำกำไรสุทธิได้ดีขึ้นจากกำลังการผลิตที่เพิ่มsave cost ได้line 1 และ 2 มากถึง 35% ตัวช่วยสำคัญนับจากนี้AJ จึงอยู่ที่ 1.Capacity ที่เพิ่มขึ้น 2.การประหยัดต้นทุนของเครื่องจักรใหม่ 3.ภาวะอุตสาหกรรมบรรจุAJ คาดว่าAJ คือ สเปรดที่ดีไปหลายเท่าตัวเหมือน2 ปีก่อน ดังนั้น การทำกำไรของ AJ อาจจะอยู่ที่ระดับ 500 ล้านบาท EPS 1.2 บาทต่อหุ้น ในปี 2555 และ600-800 ล้านบาท หรือ EPS 2 บาทต่อหุ้น ในปี 2556คำแนะนำไม่จำเป็นต้องรีบซื้อ เพราะสิ่งที่ยังคอนเฟิร์มไม่ได้คือสเปรดยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง ไม่มั่นใจในขาลงของสเปรดจะสิ้นสุดเมื่อใด ราคาเป้าหมายที่เรามองในปียืนได้ในระดับ 
: ณ ราคาหุ้น 16.50 บาทขึ้นไป แนะนำเพียงถือ แม้เห็นพัฒนาการที่ดีของบริษัทในอนาคตข้างหน้า แต่2555 อยู่ที่ 12.50-15 บาท แต่หากสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น สเปรด600 เหรียญฯ ขึ้นไป ราคาเป้าหมายในปี 2556 อาจอยู่ที่ 21 บาท
66,000 66,000
108,000
146,000
วชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย
Spread
(Baht/kg) 1Q10 2Q10 3Q10 4Q10 1Q11 2Q11 3Q11F 4Q11F 1Q12F




No comments:

Post a Comment