Tuesday, February 7, 2012

Stock Focus,STA,8,FEB,2005., 9.41




Comment:

STA ประเด็นสำคัญที่เราได้รับจากการพบผู้บริหาร คือคาดว่าไตรมาส 4/54 ผลประกอบการที่ออกมาอาจจะแย่กว่าที่เราคาดไว้เดิมว่าจะยังคงเหลือกำไร 39 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผลขาดทุนในไตรมาสนี้ แต่ไตรมาส 1/55 เราพบว่ากำลังการผลิตที่เตรียมรองรับรวมประมาณ 1.00-1.15 ล้านตันเริ่มผลิตได้เกือบเต็มที่เต็มกำลังการผลิต อีกทั้งราคายางปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 3 เดือนก่อนสิ้นปี 2555 แม้จะยังไม่มั่นใจว่านโยบายที่ภาครัฐออกมาประกันและชี้นำราคายางพาราที่ 120 บาท ต่อ กก. จะทำให้ราคายางยืนสูงได้จริง แต่ดีมานด์โดยรวมเริ่มกลับมา มีเพียงในจีน ซึ่งยังคงมีสต๊อกยางเก่าราคาราว 4 เหรียญฯ ต่อ กก.ค้างอยู่จำนวนหนึ่ง คาดว่าจะหมดไปได้ราว 1-2 เดือนข้างหน้า และอาจเริ่มซื้อสต็อกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ก็จะดีขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์ STA มีเป้าหมายการปลูกยางให้ได้ 50,000 ไร่ในปี 2014 แต่ปัจจุบันเริ่มปลูกไปราว 10,000 ไร่ แต่ยังไม่ได้ผลผลิตต้องรออีกราว 5 ปี (จะกรีดยางได้ต้องรออายุ 7 ปี) ซึ่งเราเชื่อว่า Gross Margin ของ Plantation สูงในระดับราว 30% ขึ้นไป (ต้นทุนรวมการจ้างกรีดยาง 80 บาท กก.) การบันทึกบัญชีของสวนยาง จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อ Book Value ในอนาคตของ STA อย่างมีอัตราการเติบโต เราจึงเห็นควรให้มองข้ามผลประกอบการรายไตรมาส โดยเฉพาะไตรมาส 4/54 ที่ไม่สดใส และคาดว่าพ้นปี 2555 เป็นต้นไป แผนของบริษัทในการเพิ่มกำลังการผลิต และการก้าวสู่ธุรกิจ Plantation (ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่นอินโดนีเซีย และพม่า) จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการ เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายคงเดิม 28 บาท โดยเรายังยึดสมมติฐานราคายางพาราเฉลี่ยปี 2555 ที่ 112 บาท ต่อ กก.(ยางแท่ง 120 บาท ต่อ กก.)

By  Vajiralux Sanglerdsillapachai

No comments:

Post a Comment