Comment:
SCC, ADVANC, DTAC, BBL, PTTEP
รอบของตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะกลับมาสนใจ
- SCC จากข่าวเป็นพันธมิตรกับ กาตาร์-เวียดนาม ลงนามข้อตกลงร่วมทุนปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในเวียดนามมูลค่า 1.4 แสนล้านบาท แม้จะใช้เวลาก่อสร้าง Petrochem Complex แห่งนี้อีกนาน แต่รอบนี้จะทำให้ SCC ผงาดขึ้นเป็นบริษัทปิโตรเคมีขนาดใหญ่ระดับอาเซียนและสามารถแซง PTT ซึ่งกำลังพะวงกับเดินหน้าถอยหลังกับการควบรวมกิจการกันเอง อีกทั้งที่เรามองเห็นข้อดีของโครงการนี้ในเวียดนามที่ได้กาตาร์เข้ามาเป็นพันธมิตร คือจะทำให้ได้ Feedstock ในราคาขายระหว่างรัฐต่อรัฐ ซึ่งน่าจะต้นทุนต่ำมาก กาตาร์คือผู้ส่งออก LNG ที่มีส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุดของโลกที่ 25% หลังจากกาต้าร์อกหักจากการขายก๊าซ LNG ออกไปยังสหรัฐฯ ไม่ได้มากเพราะสหรัฐฯ ผลิต Shale Gas ใช้เอง ทำให้ต้นทุนก๊าซของสหรัฐฯ ก็ลดต่ำลง เราแนะนำซื้อ SCC (ราคาเป้าหมาย 375 บาท)
- คาดตลาดหวนกลับมาในหุ้นสื่อสาร ซึ่ง ADVANC ประกาศจ่ายปันผลอีก 4.26 บาทต่อหุ้น ทำให้หุ้นหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม น่าจะชิงมีประกาศปัจจัยบวกแข่งกัน
- ราคาน้ำมันวันนี้ก็ปรับขึ้นอีกราว 1.1% คาดสร้างผลบวกให้ PTTEP กับ BANPU ได้ด้วย หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งโรงกลั่นและปิโตรเคมีปรับตัวดีขึ้นหลังการกลับมา Overweight ของโบรกเกอร์ต่างประเทศ
- ดีล IVL ก็สร้างผลบวกให้กับตัว IVL ด้วย เพราะคาดหวังว่าดีลที่ซื้อมาคืนทุนกลับได้ภายใน 5 ปี และเมื่อพิจารณาย้อนไปที่ PTTGC, TOP, ESSO ผลคือ หาก IVL ซื้อดีล Old World ได้ด้วยราคา 795 ล้านเหรียญสหรัฐฯ equivalent เป็นมูลค่ากิจการของทั้งสาม เทียบเท่ากับซื้อ TOP ที่ 73 บาท ซื้อ ESSO ที่ 19 บาท และซื้อ Old World แพงกว่าโรงงาน MEG ของ PTTGC ถึง 1.1 เท่า
(+/-) THAI: นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะลดต้นทุนทางด้านน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักด้วยการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ไว้แล้ว หากราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอีก 3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล บริษัทจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันถือว่าเป็นต้นทุน40%ของธุรกิจการบิน
(+)AGE: จะมีประชุมบอร์ดปลายเดือนนี้ พิจารณางบปี 2554 และประกาศปันผลเป็นหุ้นเช่นเดียวกับปี 2553 พร้อมเจรจาซื้อเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ในอินโดนีเซียถือว่าคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะเจรจาสำเร็จ 1 เหมืองภายในไตรมาส 1/55 ทั้งนี้การเข้าไปลงทุนจะเป็นรูปแบบของการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น โดยจะจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาและ AGE จะเข้าถือหุ้นประมาณ 60% เหมืองดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้รายได้ของบริษัทในปี 56 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดว่าจะมีรายได้พุ่งแตะ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากการเข้าไปซื้อเหมืองถ่านหินแห่งแรกในอินโดนีเซียเข้ามาเต็มปี เราแนะนำซื้อเก็งกำไร AGE ราคาเป้าหมาย 7.0 บาท
No comments:
Post a Comment