Comment:
PTT, PTTEP, TUF, KBANK, BBL
คาดยังเป็นรอบของหุ้นใหญ่ พลังงาน-แบงก์
คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ รับ-รอผลจาก (1)ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น (2)ลุ้นผลของศาลปกครองวินิจฉัยชี้ขาด พ.ร.ก. 2 ฉบับ ขัดต่อ รธน.หรือไม่ แม้ พ.ร.ก.ไม่ผ่าน รัฐบาลจะนำเข้าเสนอ ครม.เพื่อออกเป็น พ.ร.บ.อยู่ดี แต่อาจมีการถูกวิพากษ์ในเรื่องเครดิตของภาครัฐหากไม่ผ่าน (3) ผลประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรป อนุมัติวงเงินช่วยเหลืองวดที่สองแก่กรีซ 130,000 ล้านยูโร เพื่อไม่ให้ผิดนัดชำระหนี้ในเดือน มี.ค. (4)การประกาศและการแถลงผลประกอบการของ บจ. หุ้นที่มีกำไรโดดเด่นในไตรมาส 4/54 ได้แก่ AMATA, HEMRAJ, TTCL, PTTEP, TUF, SIRI อย่างไรก็ตาม เราให้น้ำหนักเกี่ยวกับผลประกอบการไตรมาส 4/54 นี้น้อยแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของการจะใช้ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 23% จากเดิม 30% ทำให้บางบริษัทต้องบันทึก Loss จาก Defer tax ออกมา และหวังบันทึกกำไรบนฐานภาษีใหม่แทน เราจึงเน้นให้มอง Outlook ของธุรกิจในปี 2555 เป็นต้นไปมากกว่า โดยหุ้น Core Port ในขณะนี้เราเลือก PTT โดดเด่นที่สุด และอันดับรอง ยังคงเลือกทั้ง SCC, PTTEP, BANPU, TOP, PTTGC, CPF, ADVANC, TUF, AMATA, KBANK, BBL, SCB เป็นต้น
ปัจจัยวันนี้:
(+)KBANK และ SCB ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ลง 0.12% ตาม KTB และ BBL ที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ภายหลังธปท.ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพื่อชำระดอกเบี้ยของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯและไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยฯต่อต้นทุนทางการเงินของธ.พ.ขนาดใหญ่ เรามองว่าไม่น่ากระทบต่อ NIM เพราะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยทั้งสองขา แต่จะทำให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจดีขึ้นจากการที่ บจ.มีต้นทุนการเงินที่ลดลงเล็กน้อย หรือไม่เผชิญภาวะกดดันต่อดอกเบี้ยขาขึ้น
(+)TUF: ตั้งเป้ายอดขาย-กำไรปี 2555 โต 20% มุ่งขยายตลาดใหม่ในยุโรปอย่างเช่น รัสเซีย เยอรมัน และสแกนดิเนเวีย ซึ่งบริษัท เอ็มดับบลิว แบรนด์สจะเป็นผู้ขับเคลื่อนสำหรับตลาดยุโรป ขณะที่ TUF เองจะขยายตลาดเข้าไปยังอัฟริกา และอเมริกาใต้ให้มากขึ้น ส่วนการลดหนี้ยังต้องมีการควบคุมและดำเนินการด้านการเงินอย่างเคร่งครัด และจากผลการดำเนินงานที่ดีในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้ ปี 2554 อัตราหนี้สินต่อทุนลดลงอย่างรวดเร็วโดยลงมาอยู่ที่ระดับ 1.47 เท่า จากที่ระดับ 1.61 เท่า ณ สิ้นปี 2553 ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะลดหนี้ให้กลับลงมาอยู่ในระดับปกติ 1:1 อีกครั้งภายในปี 2556 เป้าหมายต่อไปของบริษัทคือ การเติบโตที่ระดับ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2556 จากปัจจุบันยอดขายในรูปของเงินเหรียญสหรัฐฯ เท่ากับ 3,232 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตขึ้น 43% YoY
(+/-) ราคาน้ำมันดิบยังคงทะยานขึ้น: น้ำมันล่วงหน้า WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% มาปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนเมื่อคืนนี้ โดยได้แรงหนุนจากทัศนะแง่บวกเกี่ยวกับแผนช่วยเหลือกรีซล่าสุดและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับอิหร่าน แม้ว่าราคาปรับตัวในแดนบวกหลังข่าวกรีซ แต่ราคาทะยานขึ้นในช่วงชั่วโมงท้าย ๆ ของการซื้อขาย ผนวกกับผลจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับอิหร่าน โดยระบุว่า ความวิตกเกี่ยวกับข้อขัดแย้งที่เป็นไปได้ระหว่างอิสราเอลหรือสหรัฐและอิหร่านได้ทำให้ตลาดมีความวิตกมากกว่าปกติ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านประกาศว่า อิหร่านได้หยุดการส่งออกน้ำมันไปยังฝรั่งเศสและอังกฤษ และเตือนบริษัทยุโรปว่า อิหร่านจะหยุดการส่งออกไปยังยุโรป ถ้ายุโรปไม่ทำสัญญาระยะยาว ราคาน้ำมันน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 119 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล (+1.8 เหรียญฯ จากวันก่อน) ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มทุน 1 เหรียญฯ เพิ่มส่งผลบวกต่อกำไรของ PTTEP 3.35% และ PTT 1.62% และ BANPU 1.45%
by Vajiralux Sanglerdsillapachai
No comments:
Post a Comment