Comment: BBL, TOP, PTTGC, CPF, TUF
วันนี้ตลาดหุ้นย่านเอเชียอ่อนตัวลงเล็กน้อย ตามยุโรป จากประเด็นความกังวลเกี่ยวกับกรีซ ไม่ได้ปรับขึ้นตามสหรัฐฯ ที่ยังทยอยประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในเชิงบวกอยู่ ประเด็นสำคัญในวันนี้ได้แก่การประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเราคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันนี้ที่ระดับ 1.00% จะสังเกตเห็นเม็ดเงินไหลออกจาก Safe Haven รวมถึงทองคำไปลงทุนในตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นดัชนีวัดเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% YoY ระดับดัชนีในเดือน ก.พ.สูงทะลุ 1,120 ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายของเราไปเล็กน้อย แต่คาดว่าการยืนในกรอบ 1,125-1,110 ยังเกิดขึ้นในวันนี้ ไม่มีเหตุรุนแรงให้ต้องขายออกทันที ขณะที่ราคา Fundamental Value ของหุ้นบลูชิพก็ยังไม่สูงเกินพื้นฐาน ต่างชาติคาดว่าอาจจะยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่อง Sector เด่น เริ่มมองที่ธนาคาร ส่วนหุ้นตัวเด่น ยังเน้น TOP, PTTGC รวมไปถึง SCC ต่อไปจากการ Turn Bull ของสเปรด และ Environment ของกลุ่มเหล่านี้น่าจะมาได้ดีในไตรมาส 1/55
ปัจจัยวันนี้
(+)BBL: NVDR เข้าซื้อต่อเนื่องนับจากต้นเดือน ก.พ. เป็นอันดับหนึ่งรวมมูลค่า 1,846 ล้านบาท จากการที่หุ้น Laggard นาน และคาดว่าจะได้รับผลบวกจากการเพิ่มงบการลงทุน Corporate Loans ซึ่ง BBL มีส่วนแบ่งการตลาดในสินเชื่อประเภทนี้สูงสุด โดยเราคาด Loan Growth ของ BBL ในปีนี้เท่ากับ 8% เท่ากับ Loan Growth ของ Industry ที่ 8% เช่นกัน(+)TUF:ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2555-56 ขึ้น 12.8% และ 12.3% จากเดิม โดยเราได้ปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตของยอดขายรวมปี 2555 ขึ้นเป็น 20% YoY (จากเดิม 5% YoY) สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ในขณะที่เรายังคงสมมติฐาน Gross Margin ปี 2555-56 ไว้ที่ 16.7% และ 17.5% ตามลำดับ ภายหลังการปรับปรุงประมาณการ ส่งผลให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2555-56 เติบโตถึง 18% YoY และ 27% YoY ตามลำดับ โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2555 คาดว่าจะได้รับแรงผลักดันจากธุรกิจทูน่าและกุ้งแช่แข็งเป็นหลัก โดยเป็นการเติบโตของตลาดรับจ้างผลิต (OEM) สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา บวกกับการต่อยอดในผลิตภัณฑ์พลอยได้ของ MW Brands จะช่วยทำให้ Margin ในปี 2556 ปรับตัวสูงขึ้น เราประเมินราคาเหมาะสมใหม่ปี 2555 ของ TUF เท่ากับ 84 บาท อิง PER 15 เท่า (เดิม 74 บาท) โดยเราคาดว่า TUF มีแนวโน้มที่จะกลับมาจ่ายเงินปันผลได้มากกว่า 1.20 บาท/หุ้นในปี 2556 จากฐานกำไรที่สูงขึ้นและมีกระแสเงินสดเหลือพอที่จะทยอยชำระคืนภาระหนี้ (คาดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงเหลือ 0.66 เท่า ณ สิ้นปี 2556)(+)IVL: คาดการณ์โครงการ EO&MEG ที่เข้าซื้อ จะส่งผลบวกให้ผลประกอบการ IVL เพิ่มขึ้นจากเดิมในปี 2555 ที่เราคาดการณ์ไว้ 14,000 ล้านบาท อีกราว 3,000-4,000 ล้านบาท โดยใช้สมมติฐานจากการบอกกล่าวของบริษัทว่า Old World ที่เข้าซื้อนี้มี EBITDA ในปี 2554 เท่ากับ 158 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 4,850 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA Margin เท่ากับ 28% และ คิดเป็น EV/EBITDA เท่ากับ 5 เท่า และด้วยเงินลงทุน 795 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 24,000 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA/Investment เท่ากับ 19% ซึ่งหากพิจารณาเพียง EBITDA ของธุรกิจ MEG ที่ดีขึ้นมาในปี 2554 ดังเห็นได้จาก PTTGC ก็รับผลบวกจากธุรกิจ MEG ค่อนข้างมากในปี 2554 เช่นกัน มุมมองของผู้บริหารเห็นว่าธุรกิจ EO&MEG จะดีขึ้นต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากโครงการของ Old World ที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกานี้ ใช้ก๊าซอีเทน และเอทีลีนเป็น Feedstock ซึ่งได้รับประโยชน์มากในช่วงนี้เนื่องจากราคาก๊าซในสหรัฐฯ อ่อนตัวลงมาก (เหลือ 2.50-4.00 เหรียญฯ ต่อล้านบีทียู) จากการผลิต Shale Gas เพิ่มจำนวนมาก คาดว่า Spread ของ MEG และ EBITDA ของโครงการนี้จะดีกว่าปี 2554 เราปรับกำไรสุทธิเพิ่มจากโครงการดังกล่าว ทำให้กำไรต่อหุ้นของปี 2555 และ 2556 เพิ่มเป็น 3.85 บาท และ 4.60 บาทตามลำดับ ปรับราคาเป้าหมายในปี 2555 เป็น 40 บาท รองรับช่วงสองปีข้างหน้าที่กำลังเติบโต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระมัดระวังธุรกิจในสายอะโรเมติกส์ คือ PTA และ PET ที่จะเผชิญสเปรดที่อ่อนแอและยังอยู่ระดับปริ่มจุดคุ้มทุนซึ่งเป็นกิจการหลักของ IVL ไว้ด้วย ดังนั้นให้เป้าหมายสั้นในการเทรดดิ้งไว้ที่ 38.50-40.00 บาทก่อน เรายังคงชื่นชอบ PTTGC และ TOP ในความปลอดภัยมากกว่า IVL เราแนะนำกลับมาดูภาพ IVL ที่ชัดทั้งหมดของบริษัทหลังจากงบการเงินประกาศไปแล้ว แม้มีการ Present ภาพธุรกิจ EO&MEG ในเชิงบวกมาก แต่เป็น Downstream ซึ่งเราไม่ Bullish มากนักในปี 2555
By Vajiralux Sanglerdsillapachai

No comments:
Post a Comment