Keep your friends close,
but your enemies closer.
จงใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ แต่ใกล้ชิดกับศัตรูให้มากกว่า
Comment: บมจ
เข้าร่วมลงทุนปิโตรเคมีครบวงจรในเวียดนาม
เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม มูลค่า
■
เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม : บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย
(SCC) ได้แจ้งต่อตลาดฯระบุว่า SCC ได้ลงนามในข้อตกลงการร่วมทุน(Joint Venture Agreement) กับผู้ร่วมทุนจากประเทศกาตาร์และประเทศเวียดนามในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามมูลค่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 135,000 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะตัดสินใจลงทุนในปี 2556 จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4-5 ปีก็จะสามารถเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ SCC ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวร้อยละ 28 (จากเดิมร้อยละ 53) ในขณะที่บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 18 และพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญได้แก่ QPI Vietnam(บริษัทย่อยของบริษัท Qatar Petroleum International) Vietnam Oil and Gas Group(PetroVietnam) และ Vietnam National Chemical Corporation (Vinachem) ■
กำลังการผลิต 1.4 ล้านตัน ใกล้เคียง ระยองโอเลฟินส์และมาบตาพุดโอเลฟินส์ : โครงการผลิตปิโตรเคมีครบวงจรดังกล่าวประกอบด้วย
by สุรชัย ประมวลเจริญกิจ1.) โรงงานผลิตโอเลฟินส์ขนาดกำลังการผลิต 1.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบหลักได้หลากหลายประเภท (Ethane, Propane และNaphtha) 2.) รวมไปถึงโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์ Downstream (HDPE 400,000 ตันต่อปี PP 450,000 ตันต่อปี และ LLDPE 400,000 ตันต่อปี) และ 3) ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ PVC คือ Chlor-Alkali EDC และ VCM ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อป้อนตลาดภายในประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการของประชากรประมาณ 90 ล้านคนนอกจากนี้ตัวเลขการลงทุนดังกล่าวยังรวมถึงบริการพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็น เช่น คลังวัตถุดิบและสินค้า ท่าเรือ โรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ อย่างครบครันอีกด้วยโรงงานปิโตรฯต้นน้ำดังกล่าว นับว่ามีขนาดใกล้เคียงกับ โรงงานปิโตรเคมีของ SCC ในปัจจุบัน คือ ระยองโอเลฟินส์ (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.2 ล้านคัน) และ มาบตาพุดโอเลฟินส์ (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.7 ล้านคัน)4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 135,000 ล้านบาท) ใช้เวลาสร้าง 4-5 ปีสัดส่วนลงทุน 28% ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 1.5:1 ดังนั้นคาดใช้เงินลงทุนต่อปีเพียง 3,024 ล้านบาท ซึ่งนับว่าไม่มากเมื่อเทียบกับ ปัจจุบัน SCC มีเงินสดในมือถึง 50,288 ล้านบาท และ คาดจะสร้างกระแสเงินสดในรูป EBITDA ต่อปี ในช่วง3 ปีนี้ประมาณ 4.5-6 หมื่นล้านบาท ทำให้ SCC ตั้งเป้าจะลงทุน 150,000 ล้านบาท ใน 5 ปีนี้ หรือ เฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อปี เราคาด SCC มีแนวโน้มที่จะเติบโตในระยะยาว จากเก็บเกี่ยวผลลงทุนสูงในอดีต เงินสดและกระแสเงินสดสูง ขยายการลงทุนต่อเนื่อง เป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน หุ้นขึ้นมาแรงจากต้นปีรอซื้อช่วงอ่อนตัว ราคาเป้าหมายเท่ากับ 390 บาท.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)
No comments:
Post a Comment