Thursday, February 9, 2012

NEWS,SCC, 2.FEB.2005., 14.21


Keep your friends close,
but your enemies closer.
จงใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ แต่ใกล้ชิดกับศัตรูให้มากกว่า

2 ,  3  ,  45  ,  6  , 7 , 8 ,  9 , 10

Comment: บมจ
เข้าร่วมลงทุนปิโตรเคมีครบวงจรในเวียดนาม
เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม มูลค่า
เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม : บมจ.
ปูนซิเมนต์ไทย
(SCC) ได้แจ้งต่อตลาดฯระบุว่า SCC ได้ลงนามในข้อตกลงการร่วมทุน(Joint Venture Agreement) กับผู้ร่วมทุนจากประเทศกาตาร์และประเทศเวียดนามในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามมูลค่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 135,000 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะตัดสินใจลงทุนในปี 2556 จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4-5 ปีก็จะสามารถเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ SCC ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวร้อยละ 28 (จากเดิมร้อยละ 53) ในขณะที่บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 18 และพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญได้แก่ QPI Vietnam(บริษัทย่อยของบริษัท Qatar Petroleum International) Vietnam Oil and Gas Group(PetroVietnam) และ Vietnam National Chemical Corporation (Vinachem)
กำลังการผลิต 1.4 ล้านตัน ใกล้เคียง ระยองโอเลฟินส์และมาบตาพุดโอเลฟินส์ :
โครงการผลิตปิโตรเคมีครบวงจรดังกล่าวประกอบด้วย
by สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
1.) โรงงานผลิตโอเลฟินส์ขนาดกำลังการผลิต 1.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบหลักได้หลากหลายประเภท (Ethane, Propane และNaphtha) 2.) รวมไปถึงโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์ Downstream (HDPE 400,000 ตันต่อปี PP 450,000 ตันต่อปี และ LLDPE 400,000 ตันต่อปี) และ 3) ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ PVC คือ Chlor-Alkali EDC และ VCM ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อป้อนตลาดภายในประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการของประชากรประมาณ 90 ล้านคนนอกจากนี้ตัวเลขการลงทุนดังกล่าวยังรวมถึงบริการพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็น เช่น คลังวัตถุดิบและสินค้า ท่าเรือ โรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ อย่างครบครันอีกด้วยโรงงานปิโตรฯต้นน้ำดังกล่าว นับว่ามีขนาดใกล้เคียงกับ โรงงานปิโตรเคมีของ SCC ในปัจจุบัน คือ ระยองโอเลฟินส์ (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.2 ล้านคัน) และ มาบตาพุดโอเลฟินส์ (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.7 ล้านคัน)
4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 135,000 ล้านบาท) ใช้เวลาสร้าง 4-5 ปีสัดส่วนลงทุน 28% ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 1.5:1 ดังนั้นคาดใช้เงินลงทุนต่อปีเพียง 3,024 ล้านบาท ซึ่งนับว่าไม่มากเมื่อเทียบกับ ปัจจุบัน SCC มีเงินสดในมือถึง 50,288 ล้านบาท และ คาดจะสร้างกระแสเงินสดในรูป EBITDA ต่อปี ในช่วง3 ปีนี้ประมาณ 4.5-6 หมื่นล้านบาท ทำให้ SCC ตั้งเป้าจะลงทุน 150,000 ล้านบาท ใน 5 ปีนี้ หรือ เฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อปี เราคาด SCC มีแนวโน้มที่จะเติบโตในระยะยาว จากเก็บเกี่ยวผลลงทุนสูงในอดีต เงินสดและกระแสเงินสดสูง ขยายการลงทุนต่อเนื่อง เป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน หุ้นขึ้นมาแรงจากต้นปีรอซื้อช่วงอ่อนตัว ราคาเป้าหมายเท่ากับ 390 บาท
.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

No comments:

Post a Comment