Showing posts with label SCC. Show all posts
Showing posts with label SCC. Show all posts

Monday, March 19, 2012

Stock,NEWS,SCC,19.MAR.2012.15.5




Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน


Comment:  SCC
บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ได้แจ้งต่อตลาดฯระบุว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 SCC ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Mariwasa Siam Ceramics, Inc. (MSC) ประเทศฟิลิปปินส์ อันเป็นผลจาก การปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์ การทำธุรกรรมครั้งนี้มีมูลค่า 210 ล้านเปโซ (ประมาณ 150 ล้านบาท) เป็นผลให้ SCC ถือหุ้นของ MSC ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมเพิ่มขึ้น จาก
ร้อยละ 46 เป็นร้อยละ 83 MSC เป็นผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกรายใหญ่อันดับหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ มีโรงงานตั้งอยู่ที่เมือง Batangas กำลังการผลิต 12 ล้านตารางเมตร ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 30 ในปี 2554 MSC มีรายได้จากการขายและ EBITDA ประมาณ 2,000 ล้านบาท และ 400 ล้านบาทตามลำดับ
การลงทุนดังกล่าวเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่น ที่จะขยายการลงทุนในธุรกิจหลักของเอสซีจีในภูมิภาค
อาเซียน ทั้งนี้ในปัจจุบันเอสซีจีมีกำลังการผลิตกระเบื้องเซรามิกรวมทั้งสิ้น 149 ล้านตารางเมตร โดยร้อยละ 71 เป็นกำลังการผลิตภายในประเทศไทย ขณะที่อีกร้อยละ 21 อยู่ในประเทศอินโดนีเซีย และร้อยละ 8 อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

ความเห็น
รายได้จากการขายของ MSC 2,000 ล้านบาท และ EBITDA 400 ล้านบาท นับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับ ยอดขายของ SCC เท่ากับ 368,579 ล้านบาท และ EBITDA เท่ากับ 43,732 ล้านบาท  รวมถึง ตัวเลขเงินลงทุน 150 ล้านบาท ดังกล่าว นับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับเป้าการลงทุนในปีนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท และ ใน 5 ปีข้างหน้า SCC ตั้งเป้าจะลงทุนถึง 150,000 ล้านบาท  เนื่องจาก กระแสเงินสดในรูป EBITDA ของ SCC  ประมาณ 4.4-6 หมื่นล้านบาทต่อปี  และ สิ้นปี 2554
มีเงินสดในมือถึง 50,288 ล้านบาท   โดยจะเน้นการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ราคาหุ้นของ SCC ในระยะสั้น จะถูกกดดันจากสเปรดในธุรกิจปิโตรเคมีที่ตกต่ำในปัจจุบัน แต่ในแง่ระยะยาว เราคงคำแนะนำ ซื้อ ในลักษณะลงทุน ประเมินราคาเป้าหมาย 390 บาท บนฐาน Forward Median P/BV เท่ากับ 3.00 เท่า

Surachai Pramualcharoenkit

Thursday, March 8, 2012

Stock Focus,SCC,9.Mar.2012., 11.20

Commet                     ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

Every day may not be good,
but there is something good in every day.

ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน  

 บมจ เตรียมลงทุน โครงการปิโตรเคมี Chandra Asri Petrochemical ซึ่ง SCC เข้าไปถือหุ้น 30% เมื่อ 20-   .. 54 ก็มีแผนจะขยายการลงทุนในอนาคตอีกประมาณ 1 พันล้านเหรียญ ซึ่งปัจจุบันSCC มีเงินลงทุนในต่างประเทศที่ประเทศอินโดนีเซียมากสุด 970 ล้านเหรียญ300 ล้านเหรียญ สร้างโรงงานปูนซีเมนต์ขนาด 1.78 ล้านตันในอินโดนีเซีย กลางปี 2555 ใช้เวลาสร้าง 2.5 ปี โดยธุรกิจปูนซีเมนต์ในอินโดนีเซีย เป็นธุรกิจที่มีกำไรสูง จะเสริมกำไรในอีก 3 ปีข้างหน้า และ โครงการปิโตรเคมี Chandra Asri Petrochemical Tbk ในอินโดนีเซีย มีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 1 พันล้านเหรียญ ปัจจุบัน SCC มีเงินสดในมือถึง 50,288 ล้านบาท และ คาดจะ สร้างกระแสเงินสดในรูป EBITDA ต่อปี ในช่วง 3 ปีนี้ประมาณ 4.5-6 หมื่นล้าน บาท ทำให้ SCC ตั้งเป้าจะลงทุน 150,000 ล้านบาท ใน 5 ปีนี้ หรือ เฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อปี เราคาด SCC มีแนวโน้มที่จะเติบโตในระยะยาว จากเก็บเกี่ยวผลลงทุนสูงในอดีต เงินสดและกระแสเงินสดสูง ขยายการลงทุนต่อเนื่องเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายเท่ากับ 390 บาท

ปัจจัยที่ส่งให้ราคาเป็น 390 บาท

เตรียมลงทุน 300 ล้านเหรียญสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ 1.78 ล้านตันใน : สื่อมวลชนในอินโดนีเซีย หลายฉบับ ได้ลงข่าว บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เตรียมที่จะลงทุนสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ในประเทศอินโดนีเซีย เบื้องต้นกำลังการผลิต 5,000 ตันต่อวัน หรือ 1.78 ล้านตันต่อปี ใช้เงินลงทุนประมาณ 300 ล้านเหรียญ (9,300 ล้านบาท) โดยจะสร้างโรงงานที่ เมือง Sukabumi ทางตะวันตกของเกาะชวา ประมาณกลางปี 2555 และ คาดจะใช้เวลา 2.5 ปี ในการสร้าง หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 .. SCC ได้เข้าซื้อธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างของกลุ่ม Boral Indonesia (BI) โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,300 ล้านบาท (135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดย BI เป็นผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จชั้นนำภายใต้ตราสินค้า "Jayamix" ของประเทศอินโดนีเซียมีโรงงานทั้งสิ้น 40 แห่ง ตั้งอยู่ที่เกาะชวาและเกาะสุมาตรา นอกจากนี้ BI ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจคอนกรีตสำเร็จรูป และท่อคอนกรีต ธุรกิจเหมืองหิน และแหล่งสำรองหินปูน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ของ SCC ธุรกิจปูนซีเมนต์มีอัตรากำไรสูงในอินโดนีเซีย : ประเทศอินโดนีเซียมีกำลังการผลิต50-55 ล้านตัน ในขณะที่มีความต้องการในประเทศประมาณ 45 ล้านตัน โดยมีการเติบโตประมาณ 5-10% ดังนั้น ตลาดปูนซีเมนต์ในอินโดนีเซียจึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ซึ่งบริษัทอย่าง Indocement Tunggal Prakarsa มีอัตรากำไรสุทธิสูงถึงเท่ากับ 25% และ Holcim Indonesia มีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 14% ในงวดผลประกอบการปี 2554 โครงการปิโตรเคมีในอินโดนีเซียมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 1 พันล้านเหรียญ โครงการปิโตรเคมี Chandra Asri Petrochemical ซึ่ง SCC เข้าไปถือหุ้น 30% เมื่อ 20 .. 54 ก็มีแผนจะขยายการลงทุนในอนาคตอีกประมาณ 1 พันล้านเหรียญ ซึ่งปัจจุบัน SCC มีเงินลงทุนในต่างประเทศที่ประเทศอินโดนีเซียมากสุด 970 ล้านเหรียญ

Thursday, February 9, 2012

NEWS,SCC, 2.FEB.2005., 14.21


Keep your friends close,
but your enemies closer.
จงใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ แต่ใกล้ชิดกับศัตรูให้มากกว่า

2 ,  3  ,  45  ,  6  , 7 , 8 ,  9 , 10

Comment: บมจ
เข้าร่วมลงทุนปิโตรเคมีครบวงจรในเวียดนาม
เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม มูลค่า
เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกในประเทศเวียดนาม : บมจ.
ปูนซิเมนต์ไทย
(SCC) ได้แจ้งต่อตลาดฯระบุว่า SCC ได้ลงนามในข้อตกลงการร่วมทุน(Joint Venture Agreement) กับผู้ร่วมทุนจากประเทศกาตาร์และประเทศเวียดนามในธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของประเทศเวียดนามมูลค่า 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 135,000 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะตัดสินใจลงทุนในปี 2556 จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4-5 ปีก็จะสามารถเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ SCC ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวร้อยละ 28 (จากเดิมร้อยละ 53) ในขณะที่บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 18 และพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญได้แก่ QPI Vietnam(บริษัทย่อยของบริษัท Qatar Petroleum International) Vietnam Oil and Gas Group(PetroVietnam) และ Vietnam National Chemical Corporation (Vinachem)
กำลังการผลิต 1.4 ล้านตัน ใกล้เคียง ระยองโอเลฟินส์และมาบตาพุดโอเลฟินส์ :
โครงการผลิตปิโตรเคมีครบวงจรดังกล่าวประกอบด้วย
by สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
1.) โรงงานผลิตโอเลฟินส์ขนาดกำลังการผลิต 1.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นที่ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบหลักได้หลากหลายประเภท (Ethane, Propane และNaphtha) 2.) รวมไปถึงโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์ Downstream (HDPE 400,000 ตันต่อปี PP 450,000 ตันต่อปี และ LLDPE 400,000 ตันต่อปี) และ 3) ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ PVC คือ Chlor-Alkali EDC และ VCM ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อป้อนตลาดภายในประเทศเวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการของประชากรประมาณ 90 ล้านคนนอกจากนี้ตัวเลขการลงทุนดังกล่าวยังรวมถึงบริการพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็น เช่น คลังวัตถุดิบและสินค้า ท่าเรือ โรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ อย่างครบครันอีกด้วยโรงงานปิโตรฯต้นน้ำดังกล่าว นับว่ามีขนาดใกล้เคียงกับ โรงงานปิโตรเคมีของ SCC ในปัจจุบัน คือ ระยองโอเลฟินส์ (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.2 ล้านคัน) และ มาบตาพุดโอเลฟินส์ (กำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.7 ล้านคัน)
4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 135,000 ล้านบาท) ใช้เวลาสร้าง 4-5 ปีสัดส่วนลงทุน 28% ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 1.5:1 ดังนั้นคาดใช้เงินลงทุนต่อปีเพียง 3,024 ล้านบาท ซึ่งนับว่าไม่มากเมื่อเทียบกับ ปัจจุบัน SCC มีเงินสดในมือถึง 50,288 ล้านบาท และ คาดจะสร้างกระแสเงินสดในรูป EBITDA ต่อปี ในช่วง3 ปีนี้ประมาณ 4.5-6 หมื่นล้านบาท ทำให้ SCC ตั้งเป้าจะลงทุน 150,000 ล้านบาท ใน 5 ปีนี้ หรือ เฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อปี เราคาด SCC มีแนวโน้มที่จะเติบโตในระยะยาว จากเก็บเกี่ยวผลลงทุนสูงในอดีต เงินสดและกระแสเงินสดสูง ขยายการลงทุนต่อเนื่อง เป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน หุ้นขึ้นมาแรงจากต้นปีรอซื้อช่วงอ่อนตัว ราคาเป้าหมายเท่ากับ 390 บาท
.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

Thursday, February 2, 2012

Stock Focus,NEWS,SCC,SCCC,SVI,GRAMMY,3.FEB.2012., 11.56

Free Stock Photo - Chess set

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด : แนะนำ"ซื้อ" SCCC โดยแนวโน้มปี 2555 ประเมินยอดขายมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อเนื่อง ในทุกธุรกิจคือ ปูนซีเมนต์คอนกรีตผสมเสร็จ หิน ทราย และผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้คอนวูด โดยคาดว่าปริมาณขายในประเทศจะขยายตัว 5% การส่งออกจะเติบโต 30% ราคาขายจะปรับขึ้นเล็กน้อยประมาณ 50 บาทต่อตัน ทำให้รวมแล้วคาดว่ามูลค่ายอดขายจะเติบโตประมาณ 10% แม้แนวโน้มราคาถ่านหินและพลังงานจะปรับขึ้น แต่ราคาขายที่ปรับขึ้นและโครงการ Waste Heat Recover y รวมถึงภาษีจ่ายที่ลดลงจาก 30% เหลือ 23%จะช่วยให้กำไรสุทธิในปี 2555 ยังเติบโตโดดเด่นถึง 25% สู่ระดับ4,110 ล้านบาท นอกจากนี้ SCCC เป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลที่โดดเด่น คิดเป็นประมาณ 80-90% ของกำไร ซึ่ง SCCC ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลังของปี 2554 เท่ากับ 6.00 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลสำหรับกำไรปี 2554 เท่ากับ 13.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งคาดว่าในปี 2555 จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 16.00 บาท
ซื้อ SVI เป้าหมาย 3.84 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน):แนะนำ"ซื้อ"SVI แม้แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/2554 และทั้งปี2554 จะขาดทุนหนักจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ทำให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากความเสียหายของโรงงานและเครื่องจักรสูงถึง 2พันล้านบาท แต่ SVI จะทยอยได้รับเงินประกันชดเชยครอบคลุมทั้งจำนวนกลับมาในปี 2555 ซึ่งแนวโน้มผลการดำเนินงานรายไตรมาสของ SVI ในปีนี้ จะเป็นไปในทิศทางขาขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1/2555 ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3/2555 โดยอัตรากำลังการผลิตในปัจจุบันสูงถึง 70% ของกำลังการผลิตก่อนช่วงเกิดวิกฤติน้ำท่วมแล้ว โดยคาดการณ์ยอดขายรวมในไตรมาส 1/2555 เท่ากับ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าSVI จะสามารถกลับมาดำเนินการผลิตเต็มที่อีกครั้งในไตรมาส 3/2555 และภายหลังจากผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ไปแล้วจะเห็นได้จากการเพิ่มฐานการผลิตไปสู่โรงงาน SVI ที่แจ้งวัฒนะส่งผลให้ SVI มีโรงงานเพิ่มเป็น 2 แห่ง และจะทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นกว่าเดิมถึง 50% ซึ่งถือเป็นอัพไซด์ของผลการดำเนินงานในอนาคต
ถือ GRAMMY เป้าหมาย 17.30 บาท
บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด : แนะนำ"ถือ"GRAMMY โดยผู้บริหารของ GRAMMY คาดว่าไม่เกินเดือนมี.ค.นี้จะได้ข้อสรุปเรื่องพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเข้ามาถือหุ้นในบริษัท จีเอ็มเอ็ม วันสกายเพื่อเข้ามาสนับสนุนทั้งเงินทุนและคอนเทนต์ รวมทั้งเตรียมเข้าประมูลถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพื่อที่จะนำมาขายในราคาถูกผ่านกล่องรับสัญญาณ 1-Sky หลังจากที่ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลเยอรมนี บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2555-2558 และรายการกีฬาดังๆ อีกมากมาย เช่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ EURO 2012, ช่อง ASN กีฬาอเมริกันเกมส์ อาทิอเมริกันฟุตบอล NFL ช่องยูโร สปอร์ต รวมกีฬาระดับโลกกว่า60 ประเภท นับว่าการหาพันธมิตรร่วมธุรกิจ "วัน สกาย" เป็นแนวทางที่ดี ในการช่วยลดความเสี่ยง เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องต้นทุนและคู่แข่งอย่างทรูวิชั่นส์ คาดว่าการทำธุรกิจนี้ต้องมีเงินลงทุนทางด้านคอนเทนต์ปีละไม่ต่ำกว่า1 พันล้านบาท นอกจากนี้พันธมิตรอาจยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับ "วัน สกาย" ในส่วนที่ GRAMMY ไม่ถนัดซึ่งน่าติดตามว่าพันธมิตรรายดังกล่าวจะเป็นใคร--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
คอลัมน์: เวทีวิเคราะห์
Source - ทันหุ้น (Th)
Friday, February 03, 2012 09:27
7363 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK DAS V%PAPERL P%THD
ซื้อ SCC เป้าหมาย 450.00 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด :แนะนำ"ซื้อ" SCC เนื่องจากแผนการเข้าซื้อหุ้น 100% ของBoral Indonesia (BI) ซึ่งเป็นผู้นำในด้านการผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปโดยมีโรงงาน 40 แห่งในJava และ Sumatra โดยมีกำลังการผลิต 2.2 mcu.m โดยใช้เงินลงทุน 4.3 พันล้านบาท โดย BI มีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงหลายรายการเช่น ท่อคอนกรีต, พรีคาสท์คอนกรีต, เหมืองและหินปูนจำนวนมาก คาดว่าสิ่งนี้เป็นการขยายฐานการผลิตในอินโดนีเซีย เมื่อรวมโรงงานคอนกรีตกับเครือข่ายการกระจายสินค้าของ PT Kokoh Inti Arebama ในปี 2554 จะเป็นช่องทางกระจายสินค้าสำคัญสำหรับปูนซีเมนต์ เชื่อว่า SCC จะประกาศแผนการลงทุนในโรงงานปูนเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ SCC มีแผนการลงทุนมูลค่า 1.5 แสนล้านบาทสำหรับช่วง5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีการทำM&A อีกในปีนี้ และจะรายงานผลประกอบการที่เติบโตขึ้นสำหรับปี 2555-2556 ซึ่งมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และการใช้ประสิทธิภาพของโรงงานปิโตรเคมี รวมทั้งส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ดีขึ้น และยอดขายสินค้า HVA
ซื้อ SCCC เป้าหมาย 305.00 บาท

Tuesday, January 31, 2012

Stock Focus,NEWS ,SCC,1,FEB,2005

Comment:


SCC การเข้าซื้อธุรกิจ Boral Indonesia
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ("SCC") ขอเรียนให้ทราบว่ากลุ่มธุรกิจซิเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ SCC ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างทั้งหมดในประเทศอินโดนีเซียของกลุ่ม Boral Indonesia ("BI") จากบริษัท Boral Limited ประเทศออสเตรเลีย โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,300 ล้านบาท (135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งคาดว่าการซื้อขายจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2555 การเข้าซื้อธุรกิจใน BI นี้ เป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจหลักของ SCC ไปสู่อาเซียน
BI เป็นผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จชั้นนำภายใต้ตราสินค้า "Jayamix" ของประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 2.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีโรงงานทั้งสิ้น 40 แห่ง ตั้งอยู่ที่เกาะชวาและเกาะสุมาตรา นอกจากนี้ BI ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจคอนกรีตสำเร็จรูปและท่อคอนกรีต ธุรกิจเหมืองหิน และแหล่งสำรองหินปูน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการขยายธุรกิจในอนาคต
ความเห็น
SCC ปัจจุบัน มีเงินสดในมือเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และ มีกระแสเงินสดในรูป EBITDA แต่ละปี 4.5-5 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าจะลงทุน 150,000 ล้านบาท ใน 5 ปี นี้ หรือเฉลี่ยต่อปี 3 หมื่นล้านบาท. การลงทุนดังกล่าว เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ผู้นำอาเซียน มูลค่าลงทุนในธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จประเทศ 4,300 ล้านบาท จึงไม่มากนักเมื่อเทียบกับเป้าลงทุนในปีนี้
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมาย 375 บาท