Showing posts with label STA. Show all posts
Showing posts with label STA. Show all posts

Sunday, March 18, 2012

Stock Focus,SAT,CK,TICON,JAS,PTTGC,19.Mar.2012., 10.41




Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน



Comment:  SAT, CK, TICON, JAS, PTTGC

Trend Following
นอกเหนือจาก Fund Flow ที่กำลังเทเข้าตลาดหุ้น Emerging Market รวมถึงไทย (ต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยไทยตั้งแต่ต้นปีรวม 2,035 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ +465% YTD) นักลงทุนอาจจะต้องพิจารณาว่ากลุ่มอุตสาหกรรมหรือหุ้นนั้นอยู่บน Mega Trends ที่กำลังมาหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่อาจจะการตัดสินใจซื้อ-ขายหุ้น เราเชื่อว่า Mega Trends ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเกิด Urbanization(การขยายหรือกระจายออกไปของสังคมเมือง) รวมถึงการได้ประโยชน์หากมีการเปิด AEC การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของคน จะสร้าง Mega Trends ได้ชัดในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม คาดว่าเริ่มที่ ICT, อาหาร, ค้าปลีก (ได้จากการเกิด Urbanization) ใน Emerging Market เป็นศูนย์กลางการเกิดสิ่งเหล่านี้ แม้ว่าในบางครั้งจะมีการส่งสัญญาณในทางลบ เช่น การที่ประเทศจีนส่งสัญญาณเศรษฐกิจเติบโตไม่สูง จะเกิด Trend ภาพลบต่อหุ้นคอมมอดิตี้ (แต่ก็คาดว่าเป็นช่วงสั้น ถ้าไม่เผชิญปัญหาว่าราคาน้ำมันแพงขึ้นต่อเนื่องมากไป สักพักสเปรดก็อาจกลับมาดีขึ้นได้อีก) อย่างนี้อาจต้องหลบพลังงาน ปิโตรเคมี และโภคภัณฑ์ แต่หากวิเคราะห์แล้วสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง Sentiment เช่นบอกกล่าวเล่าว่าวันนี้ทางการจะปรับราคาน้ำมันขึ้น ขึ้นราคา LPG แก๊สโซฮอล บางทีข่าวเหล่านั้นไม่มีนัยยะมากนักทำให้ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเปลี่ยนไป การลงทุนจากนี้ต้องดู Mega Trends เช่นโทรศัพท์ สมาร์ทโฟนมาแรง จะทำให้กิจการของกลุ่มโทรศัพท์มือถือเติบโตดีขึ้นอีกระลอกใหญ่ หรือ Trend TV ดาวเทียมเกิดแน่ ต้องพิจารณาว่า MCOT เสียประโยชน์ RS, GRAMMY, WORK ได้ประโยชน์ เป็นต้น สัปดาห์นี้นำเสนอภาพ Trend ของ Broadband Business หุ้นที่เกี่ยวจะมี JAS, TRUE เราแนะนำซื้อ JAS และเก็งกำไร TRUE นอกจากนี้เรายังเห็นว่าอาจจะมี Mega Trends ในธุรกิจพลังงาน ซึ่งมองว่า Trend ใหญ่เกิดบนพลังงานต้นน้ำ เปลี่ยนจาก Conventional ไปเป็น Unconventional จะทำให้เกิด Earnings ใหม่ปรับสูงขึ้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยังจับจ้องเพียงการเกิด Green Energy ซึ่ง Green Energy นั้นเรายังวัดความสำเร็จอย่าง Sizeable ได้ค่อนข้างยากหลังจากเปิดโครงการใหม่


(+)น้ำมัน: ราคาน้ำมันทะยานขึ้น ตามการแข็งค่าของยูโรเทียบดอลลาร์ ซึ่งการร่วงลงของดอลลาร์มักจะช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากจะทำให้น้ำมันมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือเงินสกุลอื่น ๆ ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดเกิดปฏิกริยาบวกต่อข่าวที่ว่าสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงกับอังกฤษในการระบายน้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ซึ่งได้มีการออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวในเวลาต่อมา ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกได้ส่งผกระทบต่ออุปทานน้ำมันในภูมิภาคดังกล่าว
(+)SAT: มาทั้งแนวหุ้น Turnaround และหุ้น Mega Trends จากการที่อุตสาหกรรมรถยนต์ปี 2555 คาดว่าจะฟื้นตัวแรง เป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ 2.1 ล้านคัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ เติบโตจากปีก่อนถึง 44%  การย้ายฐานของค่ายรถยนต์ต่างๆ จะทำให้ยอดผลิตรถยนต์พุ่งขึ้นเป็น 2.7 ล้านคัน ในปี 2558  ผู้บริหาร SAT ตั้งเป้ายอดขายปี 2555 โตมากกว่า 35%  แรงหนุนจากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ SAT อาจได้ออร์เดอร์รถอีโคคาร์ 4 ค่ายยักษ์ ทั้ง NISSAN-HONDA-MITSUBISHI-SUZUKI และ ยังได้แรงหนุนจาก Kubota ย้ายฐานเข้ามาผลิตในไทยมากขึ้น  เราคาดกำไรสุทธิปีนี้ 870 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.56 บาท) พุ่งขึ้น 113% ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งยอดขายและกำไร  ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นมาแรง แนะนำรอ จังหวะซื้อในช่วงอ่อนตัว ประเมินราคาเป้าหมาย 30 บาท 
(+)JAS:  เมื่อวันที่18 มี.ค.55 กระทรวงศึกษาธิการได้หารือถึงแนวทางการจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 4 แสนคนทั่วประเทศ กำหนดใช้งบประมาณ4,000 ล้านบาท  เห็นชอบให้ทันแจกในวันเปิดภาคเรียนที่ 2/2555  คาดว่าทั้งโครงการจะแจกรวมประมาณ 860,000 เครื่องทั่วประเทศ ปัจจัยดังกล่าวเป็นส่วนกระตุ้นทำให้เกิดดีมานด์ของ Broadband เพื่อติดตั้งในบ้านในเวลาต่อมา สร้างผลบวกที่ดีต่อ JAS และ TRUE
(+)PTTGC: ซัพพลายใหม่ของปิโตรเคมีต้นน้ำในปี 2555 ยังไม่น่าวิตกกังวล เพราะเป็นปีที่ซัพพลายเข้ามาน้อยกว่าสองปีที่ผ่านมาทั้งสายโอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์ เราแนะนำซื้อ PTTGC เป็น Trend Following ด้วยอีกทั้งราคาหุ้นถูกเกินไป ราคาเป้าหมายปี 2555 89 บาท
BY  Vajiralux Sanglerdsillapachai

Wednesday, February 8, 2012

Stock Focus,NEWS,STA, 9.FEB.2555., 11.23



ศรีตรังแอโกรอินดัสตรี (STA)

      ประเด็นสำคัญที่เราได้รับจากการพบผู้บริหาร คาดว่าไตรมาส 4/54 ผลประกอบการที่ออกมาอาจจะแย่กว่าที่เราคาดไว้เดิมว่าจะ39 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผลขาดทุนในไตรมาสนี้ ตันเริ่มผลิตได้เกือบเต็มที่เต็มกำลังการผลิต สภาวะธุรกิจมีความแตกต่างจากเมื่อช่วงไตรมาส ปีที่แล้ว แม้ผู้บริหารจะยังไม่มั่นใจว่านโยบายที่ภาครัฐออกมาประกันและชี้นำราคายางพาราที่ โดยรวมเริ่มกลับมา มีเพียงในจีน ซึ่งยังคงมีสต๊อกยางเก่าราคาราว กก สต็อกเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ก็จะดีขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์ไตรมาส 1/55 เราพบว่ากำลังการผลิตที่เตรียมรองรับรวมประมาณ 1.00-1.15 ล้าน4/54 ค่อนข้างมาก ราคายางปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 3 เดือนก่อนสิ้น120 บาท ต่อ กก. จะทำให้ราคายางยืนสูงได้จริงในระยะยาว แต่ดีมานด์4 เหรียญฯ ต่อ.ค้างอยู่จำนวนหนึ่ง คาดว่าจะหมดไปได้ราว 1-2 เดือนข้างหน้า และอาจเริ่มซื้อSTA มีเป้าหมายการปลูกยางให้ได้ 50,000 ไร่ในปี 2014 แต่ปัจจุบันเริ่มปลูกไปราว10,000 เราเชื่อว่าการจ้างกรีดยาง ไร่ แต่ยังไม่ได้ผลผลิตต้องรออีกราว 5 ปี (จะกรีดยางได้ต้องรออายุ 7 ปี) ซึ่งGross Margin ของ Plantation สูงในระดับราว 30% ขึ้นไป (ต้นทุนรวม80 บาท กก.) การบันทึกบัญชีของสวนยาง จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อBook Value ในอนาคตของ STA อย่างมีอัตราการเติบโต จากปัจจุบัน STAGross Margin ควรอยู่ที่ 6-8% ในเวลาที่ Lowหรือราคายางไม่ดี ธุรกิจไม่สดใสคาดว่า Gross Margin ยังทำได้ในระดับ3-4% ปีนี้หากราคายางมีเสถียรภาพเราคาดหวัง STA รักษามาร์จิ้นได้ 6%โรงงานยางพาราของ STA ตั้งอยู่ทั้งภาคใต้และภาคอีสาน โดยเริ่มมีโรงงานที่ภาค2 ปี ที่บึงกาฬ 6,000 ตันต่อปี มุกดาหาร 5,000 ตันต่อปี และ4,500 ตันต่อปี ส่วนโรงงานขนาดใหญ่มีในภาคใต้ จังหวัดสงขลา ตรัง2555 จะเป็น 1.15 ล้านตัน ปี 2556 จะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านเราเห็นว่าควรให้มองข้ามผลประกอบการรายไตรมาส โดยเฉพาะไตรมาส 4/54 ที่ไม่2555 เป็นต้นไป แผนของบริษัทในการเพิ่มกำลังการผลิตPlantation (ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่นอินโดนีเซีย และ) จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการ เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายคงเดิม 28 บาท2555 ที่ 112 บาท ต่อ กก.(ยางแท่ง 120 บาท ต่อ กก.)วชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัยทางการเงิน

. ศรีตรังแอโกรอินดัสตรี (STA) 

ยังคงเหลือกำไร

• ตั้งเป้าหมายว่าในช่วงเวลาที่ดี Season

• อีสานมาเป็นเวลา บุรีรัมย์ขนาด สุราษฎร์ธานี การผลิตปี ตัน

• สดใส และคาดว่าพ้นปี และการก้าวสู่ธุรกิจ พม่าโดยเรายังยึดสมมติฐานราคายางพาราเฉลี่ยปี

By  Vajiralux Sanglerdsillapachai

Tuesday, February 7, 2012

Stock Focus,STA,8,FEB,2005., 9.41




Comment:

STA ประเด็นสำคัญที่เราได้รับจากการพบผู้บริหาร คือคาดว่าไตรมาส 4/54 ผลประกอบการที่ออกมาอาจจะแย่กว่าที่เราคาดไว้เดิมว่าจะยังคงเหลือกำไร 39 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผลขาดทุนในไตรมาสนี้ แต่ไตรมาส 1/55 เราพบว่ากำลังการผลิตที่เตรียมรองรับรวมประมาณ 1.00-1.15 ล้านตันเริ่มผลิตได้เกือบเต็มที่เต็มกำลังการผลิต อีกทั้งราคายางปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 3 เดือนก่อนสิ้นปี 2555 แม้จะยังไม่มั่นใจว่านโยบายที่ภาครัฐออกมาประกันและชี้นำราคายางพาราที่ 120 บาท ต่อ กก. จะทำให้ราคายางยืนสูงได้จริง แต่ดีมานด์โดยรวมเริ่มกลับมา มีเพียงในจีน ซึ่งยังคงมีสต๊อกยางเก่าราคาราว 4 เหรียญฯ ต่อ กก.ค้างอยู่จำนวนหนึ่ง คาดว่าจะหมดไปได้ราว 1-2 เดือนข้างหน้า และอาจเริ่มซื้อสต็อกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ก็จะดีขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์ STA มีเป้าหมายการปลูกยางให้ได้ 50,000 ไร่ในปี 2014 แต่ปัจจุบันเริ่มปลูกไปราว 10,000 ไร่ แต่ยังไม่ได้ผลผลิตต้องรออีกราว 5 ปี (จะกรีดยางได้ต้องรออายุ 7 ปี) ซึ่งเราเชื่อว่า Gross Margin ของ Plantation สูงในระดับราว 30% ขึ้นไป (ต้นทุนรวมการจ้างกรีดยาง 80 บาท กก.) การบันทึกบัญชีของสวนยาง จะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อ Book Value ในอนาคตของ STA อย่างมีอัตราการเติบโต เราจึงเห็นควรให้มองข้ามผลประกอบการรายไตรมาส โดยเฉพาะไตรมาส 4/54 ที่ไม่สดใส และคาดว่าพ้นปี 2555 เป็นต้นไป แผนของบริษัทในการเพิ่มกำลังการผลิต และการก้าวสู่ธุรกิจ Plantation (ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่นอินโดนีเซีย และพม่า) จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการ เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายคงเดิม 28 บาท โดยเรายังยึดสมมติฐานราคายางพาราเฉลี่ยปี 2555 ที่ 112 บาท ต่อ กก.(ยางแท่ง 120 บาท ต่อ กก.)

By  Vajiralux Sanglerdsillapachai