NEWS ,ปี54โบรกฯกำไรลด36%,12,MAR,2005., 10.38
Comment:นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า กำไรบริษัทหลักทรัพย์ฯปีนี้เชื่อว่าน่าจะยังคงดีกว่าปีก่อน เนื่องจาก มองว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปีนี้เฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ระดับ 3-3.5 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่อยู่ที่ 2.88 หมื่นล้านบาท และการแข่งขันค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น)ในปีนี้ที่มีการเปิดเสรีการแข่งขันไม่รุนแรงจากที่ บล.ต่างๆยังคงคิดค่าคอมมิชชั่นในอัตราขั้นบันไดกับลูกค้าเหมือนกับปีก่อน บล.มีการกระจายฐานรายได้มากขึ้นนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า กำไรรวม บล.ปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโตจากปีก่อน จากมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และจากที่มีกำไรจากพอร์ตการลงทุน ซึ่งปีนี้ถือว่าทำกำไรจากพอร์ตลงทุนลำบากแต่หากมีการจับจังหวะการลงทุนที่ถูกสามารถที่จะทำกำไรได้ ซึ่งทางบล.เอเซีย พลัส ก็มีการตั้งเป้าภายในว่าปีนี้จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 505.31 ล้านบาท ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะมีการกู้เงินเพื่อที่จะนำมาเพิ่มพอร์ตการลงในส่วนที่เป็นการลงทุนต่างประเทศจากเห็นโอกาสในการลงทุน--จบ--
ปี54โบรกฯกำไรลด36% หุ้นผันผวนฉุดพอร์ตลงทุนหุ้นขาดทุน1.15พันล้าน
Source - ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (Th)
Monday, March 12, 2012 00:19
9047 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK XCORP XFINMKT V%WIREL P%ASMO
กรุงเทพฯ--12 มี.ค.--ASTVผู้จัดการออนไลน์
ASTVผู้จัดการรายวัน- โบรกเกอร์ปี 54 กำไรสุทธิรวม 6.32 ล้านบาท ลดลง 36% จากปีก่อน เหตุ พอร์ตลงทุนหุ้นขาดทุน 1.15 พันล้านบาท จากปี53กำไร 4 พันล้านบาท - ค่านายหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 5% "นายกสมาคมโบรกเกอร์" คาดปี 55กำไรสุทธิ ใกล้เคียงกัน จากพอร์ตการลงทุนทำกำไรยากขึ้นตามภาวะตลาดหุ้นไทยผันผวน แต่คาดรายได้โต 10-15% จากปีก่อนที่ 3.34 หมื่นล้านบาท หากวอลุ่มการซื้อขายเท่ากับปีก่อน ด้าน "ก้องเกียรติ"เชื่อกำไรรวมบล.ปีนี้น่าดีกว่าปีก่อน แนะ หากจับจังหวะการลงทุนที่ดีเชื่อกำไรแน่นอน
จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)แจ้งว่า ผลประกอบการของบริษัทหลักทรัพย์(บล.) ในปี 2554 จำนวน 46 บริษัท มีรายได้รวม33,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.09% จากปี 2553 ที่มีรายได้รวม 33,430 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 24,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,237 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.22% จากปี 2553 ที่มี 23,668 ล้านบาท รายได้นายหน้าซื้อขายสัญญาล่วงหน้า 2,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,301 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 85.53 % จากปี 2553 ที่มี 1,521 ล้านบาท
ขณะที่รายได้จากกำไรการลงทุนติดลบ 1,158 ล้านบาท ลดลง 2,918 ล้านบาท หรือ ลดลง 71.58% จากปี 2553 ที่มีกำไร 4,076 ล้านบาท แต่มีรายได้จากกำไรซื้อขายตราสารอนุพันธ์ จำนวน 2,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,484 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 993 ล้านบาท จากปี 2553 ที่มีกำไร 250 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิรวมของบล.ปี 54 อยู่ที่ 6,321 ล้านบาท ลดลง 2,280ล้านบาท หรือลดลง 36 % จากปี 2553 ที่มีกำไรสุทธิ 8,601 ล้านบาท
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า รายได้ของบริษัทหลักทรัพย์ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 10-15% จากปีก่อน จากที่บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆจะมีการหารายได้อื่นๆเข้ามาเพิ่มจากที่ในปีนี้มีการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ฯและภายใต้มูลค่าการซื้อขายที่เท่ากับปีก่อน แต่หากวอลุ่มโคตกว่าปีก่อนคาดว่าจะทำให้รายได้เติบโตมากขึ้น
ทั้งนี้ในส่วนของกำไรของบริษัทหลักทรัพย์ในปี 2555 คาดว่าจะใกล้เคียงหรือมีการเติบโตเล็กน้อย จากปีก่อน จากการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ฯและพอร์ตการลงทุนของในปีนี้กำไรไม่มากจากการลงทุนยากขึ้นจากภาวะตลาดผันผวน ซึ่งการลงทุนพอร์ตของบล.ต้องมีความระมัดระวังจากที่มีการลงทุนหลายระยะทั้งสั้นคือ ซื้อขายภายในวันเดียวกัน ระยะกลางและ ระยะยาว ซึ่งทางสมาคมมองว่าสัดส่วนการซื้อขายของพอร์ตบล.ไม่ควรที่จะเกิน 15% ของมูลค่าการซื้อขายรวม โดยหากมีสัดส่วนที่มากเกินไปอาจจะทำให้ลูกค้าไม่สบายใจได้
"ทั้งนี้การที่กำไรปี54 ของบล.ออกมาไม่ค่อยดีจาก ภาวะตลาดผันผวนทำให้ผลอตอบแทนการลงทุนไม่ดี ซึ่งถือว่าพอร์ตการลงทุนของบล.ในปีที่ผ่านมาเล่นยาก จากปี 53 ที่บล.มีกำไรเยอะเพราะ ตลาดขาขึ้น ซึ่งเชื่อว่าพอร์ตการลงทุนของ บล.ปีนี้จะเล่นยาก จากภาวะตลาดหุ้นไทยจะผันผวน" นายชาญชัย กล่าว
No comments:
Post a Comment