Wednesday, March 14, 2012

Stock Focus,CPF, JAS, HMPRO, KBANK, PTTEP,15.Mar.2012., 10.41




Every day may not be good,
but there is something good in every day.
ทุก ๆ วันอาจจะไม่ใช่วันที่ดี แต่มันก็มีสิ่งดี ๆ บางสิ่งเกิดขึ้นในทุก ๆ วัน


Comment: CPF, JAS, HMPRO, KBANK, PTTEP

บาทอ่อน-ทองลง-น้ำมันทรง-คาดดอกเบี้ยทรง-หุ้นอาจจะทรุด

ค่าเงินบาทอ่อนต่อเนื่องมาที่ 30.83 บาทต่อเหรียญฯ กำลังวิ่งทดสอบ 31 บาทต่อเหรียญฯ ขณะที่ DXYO วิ่งขึ้นมาตลอดตั้งแต่ต้นเดือนตามที่คาดจาก 78.8 มาที่ 80.7 ยิ่งตอกย้ำด้วยรายงานของเฟดที่กล่าวถึงการยืนอัตราดอกเบี้ยต่ำไปจนถึงปี 2557 และไม่มีการส่งสัญญาณจะออก QE3 จึงเกิดแรงซื้อกลับในสินทรัพย์สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ในทางกลับกันเกิดแรงขายคอมมอดิตี้ ชัดเจนที่ทองคำก่อนใคร คาดว่ากำลังจะตามมาด้วยแรงขาย Emerging Stock Market อีกทั้งข่าวจากทางการจีนครั้งแล้วครั้งเล่าออกมาเป็นเชิงลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้น ระมัดระวังหากเกิด Fund Outflow เพราะอาจเป็นเกิดการปรับฐานระยะสัปดาห์ หรือระยะเดือน

แนวรับ-ต้าน มองไว้ที่ 1,140-1,180 จุด ตลาดหุ้นในภาวะแบบนี้ แม้ปรับตัวขึ้นได้ แต่ก็ไม่ค่อยเสถียร และคงผันผวนระหว่างทางค่อนข้างแรง ดังนั้นนักลงทุนหุ้น ต้องติดตามเรื่องปัจจัยพื้นฐานของหุ้น หากเล่นเป็นรอบต้องเลือกหุ้นให้ถูก Sector และถูกตัว กลยุทธ์ลดพอร์ตแต่ไม่ล้างพอร์ตยังคงดำเนินต่อไปได้

(-)จีน: นายกรัฐมนตรีของจีนแสดงท่าทีไม่มีมาตรการผ่อนคลายการควบคุมอสังหาริมทรัพย์ นายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่าของจีน กล่าวในวันนี้ว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังคงห่างไกลจากระดับที่เหมาะสม และจีนจะไม่ผ่อนคลายการดำเนินการควบคุมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ นายเหวินกล่าวเตือนว่า "การพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างไร้เหตุผล" อาจจะนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ที่เป็นอันตราย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นประเทศจีนปรับตัวลดลง 2.6% และหลุดระดับ 2,400 จุดในเวลาที่รวดเร็ว เปิดทำการเช้านี้ตลาดหุ้นจีนอ่อนตัวต่อเล็กน้อย และซื้อขายในแดนต่ำกว่า 2,400 จุด

(-/+) ธปท.ประชุมกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ 16 มี..55: ธปท.จะหารือร่วมกับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 21 มี..55  ธปท.ได้ทำแบบทดสอบภาวะวิกฤตด้านราคาน้ำมันขึ้น พบว่าหากราคาน้ำมันในตลาดดูไบ ไม่ปรับเพิ่มขึ้นจนมีค่าเฉลี่ยทั้งปีสูงเกินกว่า 140 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จะทำให้ค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อตลอดทั้งปี 2555 ไม่สูงเกินกรอบเป้าหมายที่ธปท.กำหนด ไม่ว่าจะเป็นเป้าเดิมที่ 3% หรือเป้าใหม่ที่ 4.5% เงินเฟ้อปัจจุบันยังไม่เป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงิน แต่ควรต้องติดตามข่าวสารดูด้วยว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ ธปท.ปรับเป้าทั้งปีว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสโตได้ถึง 6% สูงกว่าเดิมที่คาดไว้ 4.9% ผลที่ออกมาในไตรมาส 1/55 จะเห็นไปในแนวทางสู่การเติบโต 6% ได้หรือไม่ เนื่องจากส่งออกสำคัญทางด้านอิเล็คทรอนิกส์ ยังอ่อนแอและกว่าจะฟื้นกลับคาดว่าเป็นช่วงราว พ.ค.55 แต่เรามีความเห็นปลีกย่อยไปจาก ธปท.ว่าแนวโน้มเงินเฟ้อที่ดูปลอดภัยอาจไม่ปลอดภัยในเวลาต่อมา เพราะต้นทุนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมากในปี 2555 น้ำมันแพงขึ้นต่อเนื่องจากทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันสำเร็จรูปตามนโยบายรัฐฯ ค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น กังวลว่า GDP growth สูงขึ้น แต่เงินเฟ้ออาจสูงขึ้นมากกว่า

(+)อัตราดอกเบี้ย: ธปท. ให้ความเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3% ยังเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้กลับสู่ภาวะปกติ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงว่าการประชุม กนง.ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่มีการปรับลดลง หากอัตราดอกเบี้ยทรงตัวยังเป็นปัจจัยที่สร้างผลบวกให้กับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อสังหาริมทรัพย์รวมถึงธุรกิจที่มีการลงทุนมากเช่นประกันภัยประกันชีวิต ส่วนธนาคารที่เน้นธุรกิจลิสซิ่ง เช่น TCAP, TISCO, KK ก็อาจจะเป็นเพียง Neutral

(-) ธปท.ไฟเขียวรัฐบาลก่อหนี้เพิ่ม:   ธปท. กล่าวว่ากรณีที่ ครม. อนุมัติแผนการปรับปรุงการบริหารหนี้สาธารณะงบประมาณปี 2555 ครั้งที่ 2 จากเดิมมีการก่อหนี้ 1.7 ล้านล้านบาท ขึ้นเป็น 2.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 48.6% ของ GDP โดยก่อหนี้ใหม่ในประเทศ เพิ่มเป็น 800,000 ล้านบาท ว่า การก่อหนี้ในช่วง 2 ปีนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเพื่อป้องกันน้ำท่วม และโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศ แต่เมื่อความจำเป็นดังกล่าวหมดไป รัฐบาลก็ควรที่จะปรับการขาดดุล โดยงบปี 2556 การขาดดุลควรอยู่ในกรอบ 300,000 ล้านบาท และทยอยลงให้สู่สมดุลในช่วงต่อไป

by  Vajiralux Sanglerdsillapachai

No comments:

Post a Comment